ต้องยอมรับจริงๆ ว่ากระแสเกาหลีฟีเว่อร์ยังไม่ลดละไปจากค่านิยมของวัยรุ่นไทย ไม่ว่าจะนักร้อง บอยแบนด์ ละคร ซีรี่ย์ หรือแม้แต่ความหล่อความสวยสไตล์หนุ่มสาวเกาหลี ก็ยังคงอยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่องตลอดมา และเมื่อพูดถึงการทำศัลยกรรมสไตล์เกาหลีที่กำลังเป็นที่นิยมในเกาหลีเอง หรือแม้แต่ในใต้หวัน รวมถึงในเมืองไทยด้วย คงจะไม่พูดถึงการทำตาหวานฉ่ำที่กำลังฮิตมากในหมู่นักแสดงเกาหลีไม่ได้ ซึ่งนั่นก็คือการทำให้ขอบตาล่างดูหนาขึ้น ดูอิ่มๆ ฉ่ำๆ คล้ายกับคนที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักตลอดเวลา นั่นจึงเป็นที่มาของการทำศัลยกรรม Love band หรือ Dolly Eyes ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงอยู่ในขณะนี้นี่เอง และตอนนี้เราจะพาไปรู้จัก และล้วงลึกถึงเทรนด์การทำศัลยกรรมตาหวานฉ่ำที่ว่านี้

Love band หรือ Dolly Eyes คืออะไร

Love band หรือ Dolly Eyes คือการทำขอบตาล่างให้ดูหนา บวมๆ ดูตาอิ่มๆ ฉ่ำๆ เหมือนคนร้องไห้ ซึ่งเหมือนเด็กๆ ที่มีดวงตาสดใส อวบอิ่มโดยเฉพาะขอบล่างตลอด แนวขนตาที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอิบและดูสดใส นั่นเพราะว่าในวัยเด็กของเรานั้นกล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาล่าง (orbicularis oculi muscle) ที่ทำให้เราสามารถกระพริบตาได้ มีขนาดโตและอิ่ม แต่เมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาว กล้ามเนื้อมัดดังกล่าวซึ่งวิ่งในแนวของตาล่างนั้นมีลักษณะบางมากขึ้น โดยพบว่าเชื้อชาติและพันธุกรรม ตลอดจนภาวะแวดล้อมต่างๆ หรืออายุที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเป็นปัจจัยให้กล้ามเนื้อมัดดังกล่าวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และบางลงอันจะส่งผลให้ดวงตามองดูไม่สดใส ซึ่งเป็นที่มาของการสรรหาวิธีการต่างๆ เพื่อทำให้บริเวณดวงตา ข้างล่างมีความอวบอิ่มให้ดูสดใสเหมือนเด็กๆ ที่มีความสุข หรือหนุ่มสาวที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความรักนั่นเอง

การประเมินก่อนการทำศัลยกรรม
ความสวยงามของดวงตานั้น ใช่ว่าเพียงทำ Love band แล้วจะทำให้สวยหรือดูสดใสขึ้น แต่หากคนไข้มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาอยู่แล้ว เช่น มีถุงใต้ตาที่เห็นเด่นชัด เบ้าตาลึก หรือร่องน้ำตาลึกและหมองคล้ำ ซึ่งนั่นจะทำให้ ดวงตาดูไม่สดใสมากกว่า โดยแพทย์จะแนะนำให้แก้ไขสภาพหลักๆ ดังกล่าวก่อน หรือจะแก้ไขพร้อมกับทำ Love band ไปด้วยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์ นอกจากนี้ บางรายที่มีผิวหนังผิดปกติจากการฉีดสาร เติมเต็มต่างๆ หรือมีประวัติเคยผ่าตัดมาก่อนนั้น จะทำให้การทำ Love band ทำได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงควรเข้ามาปรึกษาหรือพูดคุยกับแพทย์ให้ละเอียดและแน่ใจก่อนทำ

ข้อห้ามในการทำ Love band
ไม่แนะนำให้ทำในกรณีที่มีแผลเป็นดึงรั้งบริเวณเปลือกตาล่าง หรือมีผิวหนังที่บางมากๆ ซึ่งหากในรายที่เคย มีประวัติผ่าตัดและมีแผลมาก่อน ควรจะอยู่ในดุลยพินิจของศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

การเตรียมตัวก่อนทำ
ผู้ที่จะทำ Love band ต้องมีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ตลอดจนต้องมีระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัด ซึ่งอาจจะนานประมาณ 3 เดือนขึ้นไป และมีเวลาในการดูแลหลังผ่าตัดโดยเฉพาะ 5-7 วันแรก และต้องไม่มีโรคเกี่ยวกับดวงตา หรือมีภาวะตาอักเสบก่อนผ่าตัด งดยาละลายลิ่มเลือด วิตามินซี วิตามินอี หรือยากลุ่มวิตามินเอ งดอาหารรสจัด ชา กาแฟ ก่อนทำการผ่าตัด และแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่เป็นประจำด้วย

ขั้นตอนในการทำ Love band

หลักการคือ การทำให้บริเวณขอบตาล่างดูอิ่มขึ้น ซึ่งจะทำได้ 2 วิธีหลักๆ ได้แก่

1.การผ่าตัดศัลยกรรม อาจทำเฉพาะ Love band อย่างเดียว หรือทำร่วมกับการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตาหรือร่องน้ำตา โดยอาจจะใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง (autologous tissue) ได้แก่ dermal fat graft หรือ fascial graft มาจัดเรียงตกแต่ง นอกจากนี้ยังอาจจะใช้กลุ่มเนื้อเยื่อสังเคราะห์ (artificial dermis) ซึ่งมีราคาสูงและยังไม่ แพร่หลายในเมืองไทยโดยการผ่าตัดจะมีแผลประมาณ 2-4 mm.บริเวณด้านหัวตาและหางตา ยกเว้นกรณี ที่ทำผ่าตัดอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น แก้ไขร่องน้ำตา โดยการจัดเรียงไขมัน แผลผ่าตัดจะอยู่ชิดขนตาล่างจาก หัวตาถึงหางตา การผ่าตัดจะทำภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่ และสามารถกลับบ้านหลังจากทำผ่าตัดได้เลย ผลจากการผ่าตัดจะดีและเข้ารูปขึ้นเรื่อยๆ หลังจาก 2 อาทิตย์ขึ้นไป จนกระทั่งประมาณ 3-4 เดือน

ข้อดี : สามารถตกแต่งให้เป็นรูปร่างได้ตามต้องการและได้สัดส่วนทั้งสองข้างมากกว่า
ข้อเสีย : ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำและมีระยะพักฟื้นนานกว่า

2.การฉีดเข้าไปเติมเต็มบริเวณใต้ ขอบตาล่าง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1.ไขมันตัวเอง (micro fat graft) การฉีดไขมันตัวเองจะเหมาะในรายที่ไม่มีปัญหาดวงตาอื่นๆ แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ในการฉีดของแพทย์
ข้อดี : ระยะพักฟื้นน้อยกว่า และมีปฏิกิริยาต่อเนื้อเยื่อของร่างกายน้อยกว่า
ข้อเสีย : ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของแพทย์ในการทำ

2.Fillers เช่น hyaluronic acid
ข้อดี : ระยะพักฟื้นน้อยกว่า และทำได้ง่ายกว่า
ข้อเสีย : มีโอกาสเกิดปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อได้ เช่น เป็นก้อนไตแข็งๆ หรือ ผิวไม่สม่ำเสมอหากฉีดตื้นไป ซึ่งกำหนด รูปร่างยาก และมีโอกาสที่จะไม่เท่ากันสูง มีระยะเวลาการสลายตัวของสารที่ฉีด ยกเว้นฉีดสารที่อยู่ถาวรหรือกึ่งถาวร ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดรูปมากขึ้น และไม่แนะนำให้ฉีดสารเติมเต็มอื่นๆ เพื่อสร้าง Love band เนื่องจากจะกำหนดรูปร่างยาก และหากผิดรูปจะสังเกตง่าย ซึ่งจะต้องตามแก้ไขด้วยการผ่าตัดอยู่ดี

การดูแลตนเองหลังทำ
สำหรับการดูแลตนเองหลังทำ วันแรกประคบด้วยน้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันการบวมจากการที่มี เลือดคั่งใต้ผิวหนัง นอนศีรษะสูง และไม่ควรนอนพัก มากกว่าปกติ เพราะจะทำให้เปลือกตาบวมมากขึ้น และรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง ไม่ควรให้ แผลผ่าตัดถูกน้ำ 2-3 วัน และทำความสะอาดใบหน้าโดยใช้ ผ้าเปียกเช็ดแทนการล้างหน้าเป็นเวลา 2-3 วัน โดยแพทย์จะนัดดูแผล และตัดไหมหลังผ่าตัด 5-7 วัน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาบวม ปวด มีเลือดออกมาก หรือ ถ้าตามองเห็นไม่ชัด ให้รีบมาพบแพทย์ด่วนที่สุด

ราคาในการทำ Love band
ราคาในการทำ Love band อยู่ระหว่าง 30,000-60,000 บาท ขึ้นอยู่ว่าจะทำแบบไหน หรือมีการทำร่วมกับการ แก้ไขส่วนอื่นร่วมด้วยหรือไม่