ISSUE 76_1-43 Final.indd

หากพูดถึงการทำศัลยกรรมจมูกแล้ว ไม่ว่าจะในวงการเซเลปคนดังไปจนถึงกลุ่มคนชาวบ้านธรรมดาอย่างเราๆ ก็กลายเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่ออกจะเป็นประเด็นเปิดเผยไปเสียแล้ว เพราะไม่ว่าชนชั้นไหนก็สามารถเข้านอกออกในสถานเสริมความงามกันเป็นว่าเล่น อีกทั้งกระแสความงามในปัจจุบันที่ค่อนข้างจะดุเดือดมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากความสะดวกทั้งทางเครื่องมือ เทคนิค และสถานที่รวมถึงราคาที่เหมาะสม จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้การศัลยกรรมกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายกับบุคคลในกลุ่มต่างๆ

แต่นอกจากต้นทุนที่เพียงพอและข้อมูลที่เพียบพร้อมแล้ว การเลือกทรงจมูกโดยเข้าใจหลักการแก้ไขอย่างถูกต้องเหมาะสมยังเป็นสิ่งที่ชายหญิงควรตระหนักถึงอยู่เสมอ เพราะแม้เราจะชื่นชอบรูปทรงจมูกได้ดั่งใจ แต่ ‘ต้นทุนจมูกเดิม’ ที่เรามีก็เป็นสิ่งที่คอยกระชากให้เราต้องกลับมามองหาความดูดีที่พอดีกับเราอย่างแท้จริงจนได้

แม้ว่าเทรนด์การเสริมจมูกจะมีอยู่ให้ล้นเมือง แต่การนึกถึงความเหมาะสมขององค์ประกอบโดยรวมบนใบหน้าก็เป็นสิ่งที่ใครหลายคนมักจะมองข้ามไปเสมอ คงด้วยเพราะความต้องการอยากทำจมูกตามตัวอย่างที่ตนเองเห็นว่าสวย จนทำให้ลืมคิดถึงต้นทุนเดิมของเนื้อหนังที่ติดจมูกมาแต่กำเนิด และหากได้รับการศัลยกรรมจากมือแพทย์ที่ไร้จรรยาบรรณ รักษาแบบห่วงกำไรมากกว่าคุณภาพและสุขภาพของคนไข้แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำร้ายจิตใจทุกครั้งเมื่อส่องกระจกก็เป็นได้ นอกจากนี้การศัลยกรรมจมูกของคนแถบเอเชียก็มักจะเป็นการเพิ่มความโด่งยกจมูกให้ดูมีมิติขึ้น ซึ่งต่างจากชาวต่างชาติแถบยุโรปที่นิยมแก้ไขจมูกให้เล็กลง โดยมักจะเป็นการแก้ไขส่วนปลายจมูกเพื่อให้ดูเป็นรูปทรงที่โค้งมนสวยงาม ซึ่งเป็นรูปทรงที่คนไทยชื่นชมเป็นอย่างมาก แต่ทำอย่างไรก็ดูจะหลอกตาเกินงามอยู่บ่อยไป..

‘จมูกหมู’ หน้าตายังไง ?
จมูกหมูคือลักษณะของจมูกที่ดูแหลมและเชิดเหินขึ้น หรืออีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ‘จมูกปลายสั้น หรือ จมูกแหงน’ นั่นเอง โดยจะมีความยาววัดตั้งแต่โคนจมูกจนถึงปลายอยู่ที่ประมาณ 3 เซนติเมตร หากมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าจมูกจะดูสั้นๆ คล้ายจมูกหมู และหากมองด้านข้างอาจเห็นเป็นลักษณะปลายจมูกแหงนเชิดขึ้นบน บางรายปลายจมูกจะอยู่ระดับเดียวกันกับปีกจมูกหรืออาจสูงกว่าก็ได้ ซึ่งแตกต่างกับจมูกทรงหยดน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะจมูกทรงหยดน้ำจะมีลักษณะของปลายจมูกที่โค้งมนได้รูปและงุ้มลงเล็กน้อย จึงดูเป็นรูปทรงจมูกที่ดูสวยงามตามมาตรฐานที่ไม่ดูหลอกสายตาชาวบ้านจนเกินไป แต่บางคนที่มีจมูกหยดน้ำหรือสร้างหยดมาเกินพอดีก็อาจทำให้กลายเป็นจมูกแม่มดได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งยังเป็นสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ ย้อนกลับมาถึงลักษณะจมูกปลายสั้นกันต่อ จริงๆ แล้วรูปทรงจมูกปลายสั้นสามารถแก้ไขได้ง่ายเพียงเป็นการเติมส่วนปลายและตัดปีกจมูกออกเล็กน้อย โดยในส่วนของการตัดปีกจมูกนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของคนไข้แต่ละคน เนื่องจากบางคนมีปีกจมูกที่สวยกำลังดีอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดความยาวส่วนปลายจมูก ดังนั้นขั้นตอนการรักษาจึงขึ้นอยู่กับความคิดเห็นจากแพทย์ที่มาจากการวิเคราะห์องค์ประกอบโดยรวมของคนไข้เป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มคนที่มีปัญหาจมูกหมูหรือปลายจมูกสั้น ส่วนใหญ่หากทำการเติมความยาวปลายจมูกและเพิ่มเติมในส่วนของส่วนโคนสันเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้รูปทรงของจมูกดูสวยอย่างเป็นธรรมชาติได้แล้ว

ตัดปัญหาด้วยกระดูกอ่อนหลังหู
วิธีผ่าตัดโดยการใช้ซิลิโคนเสริม ถือเป็นการแก้ไขที่คงทนถาวรและคนไข้สามารถเห็นผลได้ทันที ซึ่งเป็นวิธีที่ใครหลายคนมักจะเลือกใช้แก้ปัญหา เนื่องจากระยะเวลาของซิลิโคนที่ค่อนข้างยาวนานและคนไข้ยังสามารถเลือกขนาดรูปร่างของซิลิโคนก่อนนำมาเสริมได้อีกด้วย แต่การแก้ไขปัญหาแต่ละอย่างล้วนมีข้อจำกัดของความเหมาะสมที่แตกต่างกันไปในส่วนของการผ่าตัดเสริมซิลิโคนกรณีของคนที่มีปัญหาปลายจมูกสั้นและคนที่มีความต้องการอยากเสริมปลายจมูกให้ดูเป็นทรงหยดน้ำนั้น การใช้กระดูกอ่อนหลังหู (Septum) จะเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการตกแต่งเสริมปลายจมูกโดยเฉพาะ เนื่องจากกระดูกอ่อนที่มาจากภายในร่างกายคนไข้นั้นคือเนื้อเยื่อที่สามารถมีการเจริญเติบโตได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งการแก้ไขปัญหาจมูกหมูก็ยังต้องพึ่งพาซิลิโคนสำหรับช่วยอัพดั้งให้เป็นสันคมอยู่ดี ดังนั้นประโยชน์หลักของการใช้กระดูกอ่อนหลังหูเข้ามาตกแต่งส่วนปลายจมูกคือ การช่วยป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเกิดการไหลและกลายเป็นปัญหาจมูกทะลุได้ในอนาคต บริเวณที่แพทย์จะนำกระดูกออกมาใช้คือ ส่วนที่แอ่นโค้งของใบหูซึ่งเป็นตำแหน่งของกระดูกอ่อน โดยจะนำออกมาในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้คำนวณการใช้จำนวนกระดูกหลังหูของคนไข้ว่ามากน้อยเพียงใด แน่นอนว่าข้อจำกัดของวิธีนี้คือ คนไข้ต้องมีโครงสร้างเดิมของจมูกที่ค่อนข้างดีหรือเป็นโครงสร้างจมูกที่ต้องเสริมเติมแต่งเพียงบางส่วนเท่านั้น อีกทั้งจำนวนของกระดูกอ่อนที่ต้องใช้ในการเสริมปลายจมูกเพื่อให้ได้รูปทรงตามความเหมาะสมที่ต้องการ โดยที่ไม่ลืมที่จะคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของใบหูที่หากใช้จำนวนกระดูกหลังหูที่มากเกินไปก็อาจทำให้ความผิดปกติของลักษณะใบหูได้เช่นเดียวกัน ผลข้างเคียงของวิธีนี้คือคนไข้อาจมีรอยแผลบริเวณหลังหูเล็กน้อย แต่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการทาครีมหรือการเลเซอร์ลดรอยแผลเป็นร่วมด้วยนอกจากนี้การผ่าตัดปีกจมูกยังเป็นการช่วยเพิ่มความสูงส่วนปลายของจมูกได้ในส่วนหนึ่ง ทั้งนี้แพทย์ผู้รักษาจะเป็นคนออกแบบขั้นตอนการแก้ไขและเทคนิคต่างๆ เพื่อช่วยปรับรูปหน้า รูปจมูกของคนไข้ให้เหมาะสมมากที่สุด

ทุบจมูกหมูแบบไม่ต้องผ่าตัด
วิธีแก้ไขรูปทรงอวัยวะในปัจจุบันมักมีให้เราเลือกใช้กันอย่างหลากหลาย อีกทั้งแต่ละวิธีก็ยังสามารถเข้าไปช่วยแก้ไขภาพลักษณ์พร้อมสร้างความมั่นใจในส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย กรณีของการแก้ไขปัญหาปลายจมูกสั้น จมูกแหงน จมูกหมูนี้ก็ยังมีเทคนิคทางการแพทย์ที่ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับกลุ่มคนที่ยังไม่พร้อมจะเผชิญมีดหมออีกด้วย

การร้อยไหม (Thread Lift) การร้อยไหมยืดปลายจมูกจัดเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในระดับต้นๆ เนื่องจากระยะเวลาของขั้นตอนในการทำที่ค่อนข้างรวดเร็วเพียง 15 นาทีโดยประมาณ และยังให้ความรู้สึกเจ็บน้อยเห็นผลยาวในระดับหนึ่ง นอกจากนี้คนไข้ยังสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ไม่ต้องนอนพักฟื้นให้เสียเวลางานอีกด้วย ทั้งยังเป็นวิธีที่คนไข้สามารถกลับมาเข้ามาทำซ้ำใหม่ได้หากรู้สึกไม่พอใจกับความยาวส่วนปลายที่ได้รับ ซึ่งจะมีระยะเวลาเห็นผลอยู่ที่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลของคนไข้ จากนั้นก็จะค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็ยังสามารถใช้ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ได้ตามเหมาะสมอีกด้วย

การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เป็นวิธีที่คุ้นหูคุ้นตากันดี ไม่ว่าจุดไหนที่อยากสวยงามขึ้นต้องมีฟิลเลอร์เข้ามาช่วยตลอด เจ้าสารสังเคราะห์ตัวนี้มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าและยังเสริมสร้างความเต่งตึงในตำแหน่งที่เป็นรอยบุ๋มรอยโหว่ต่างๆ ให้กลับมาเติมเต็มได้อีกครั้ง แต่สำหรับการฉีดเพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาจมูกนี้ต้องใช้ความชำนาญของแพทย์อยู่ไม่น้อย เพราะหากแพทย์ใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่เยอะหรือปั้นฟิลเลอร์ได้ไม่เหมาะสมพอ ผลที่ได้อาจกลายเป็นปลายจมูกบุ๋มบิ๋มผิวหนังต่างระดับก็เป็นได้ ซึ่งนอกจากจะขาดความสมดุลแล้วยังทำให้ดูเหมือนเป็นการสร้างจมูกปลอมมาทับจมูกจริงซะอย่างนั้น แม้วิธีนี้จะเป็นวิธีที่คนไข้ส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้เป็นวิธีรักษา แต่ท้ายสุดก็ยังต้องหันเหกลับมาเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือการเสริมด้วยกระดูกหลังหู เนื่องจากระยะเวลาที่ไม่ถาวรจึงทำให้คนไข้ค่อนข้างที่จะต้องสิ้นเปลืองไปกับการฉีดแต่ละครั้ง อย่างไรก็ตามการฉีดฟิลเลอร์ก็เป็นวิธีที่เหมาะสมกับคนที่มีปัญหาจมูกราบแบนตั้งแต่โคนจมูกลงมา ปัญหาจมูกเบี้ยวหรือจมูกคด ซึ่งข้อควรระวังของการรักษาด้วยวิธีนี้คือการตรวจสอบสารที่ใช้และประสบการณ์ของแพทย์อย่างละเอียด เนื่องจากมีหลายกรณีตัวอย่างที่เกิดการผิดพลาดขณะฉีดฟิลเลอร์ที่เข้าไปโดนบริเวณเส้นเลือด เส้นประสาทจนทำให้ตาบอดไปแล้วก็มี

การฉีดด้วยไขมันตัวเอง (Fat Grafting) เป็นวิธีที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเป็นการใช้ไขมันจากตัวคนไข้เข้ามาเสริมในตำแหน่งต่างๆ โดยไม่ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงแต่อย่างใด แต่ข้อเสียของวิธีนี้คือ การยุบตัวของไขมันซึ่งแพทย์ไม่สามารถควบคุมความเป็นไปได้ ด้วยเพราะไขมัน ที่ใช้เป็นสิ่งที่เซลล์ในร่างกายให้ความคุ้นชินได้ด้วยธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อเซลล์ไขมันที่ถูกฉีดเข้าไปก็จะเกิดการเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ประหนึ่งเซลล์ภายในร่างกายตามปกติ อีกทั้งแพทย์ก็ไม่สามารถระบุอายุขัยของเซลล์ที่นำมาฉีดกลับให้คนไข้ได้เลย ดังนั้นการยุบของไขมันที่มาจากการตายของเซลล์จึงเป็นสิ่งที่แพทย์เองก็ไม่สามารถระบุได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็มีระยะเวลาเห็นผลอย่างน้อย 1 ปีขึ้นอยู่กับการดูแลตัวของคนไข้ในส่วนหนึ่งเชื่อหรือไม่ว่าการศัลยกรรมส่วนต่างๆ ของร่างกาย ‘ใบหน้า’ คือตำแหน่งที่เราควรให้ความใส่ใจก่อนทำศัลยกรรมมากกว่าตำแหน่งร่างกายเสียอีก เนื่องจากใบหน้าเป็นส่วนประกอบแรกที่คนร้อยทั้งร้อยเลือกที่จะสบตา แน่นอนว่าการศัลยกรรมดวงตา เรียวปาก หน้าผาก โหนกแก้มหรือแม้แต่จมูก จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญมากที่สุดเพราะหากส่วนใดส่วนหนึ่งบนใบหน้าดูผิดเพี้ยนจนฝืนธรรมชาติแล้ว อาจทำให้องค์ประกอบอื่นๆ ดูคล้ายกลายเป็นมีปัญหาตามมาซะงั้น โดยเฉพาะกลุ่มนักศัลย์ปั้นจมูกที่ต้องรู้จักจำกัดความต้องการของตัวเองให้ดีๆ ควรทำตามความเหมาะสมแบบห่วงองค์ประกอบโดยรวมบนใบหน้า เพราะบางทีจมูกที่พุ่งโด่งอย่างสวยงามในโลกส่วนตัวของเรานั้น อาจเป็นทรงจมูกที่ดูน่ากลัวในสายตาคนอื่นก็ได้นะ