Cosmetic Face

Drooping Eye

ปรับดวงตาให้สดใส ดั่งวัยสาว

Face40_open

สภาพผิวหนังที่ร่วงโรย เหี่ยวย่น ตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป จากการสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสตินอันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งสดใส ซึ่งมีอยู่มากในวัยเด็กและวัยสาว และจะค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น และแน่นอนเมื่อคอลลาเจนและอิลาสตินสูญเสียไปมาก ย่อมส่งผลให้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาร่วงโรยเหี่ยวย่นตามไปด้วย อันเป็นที่มาของปัญหาหนังตาตก คิ้วตก บริเวณรอบดวงตาดูไม่สดใส หม่นหมองหรือทำให้ดูแก่ลงนั่นเอง

พออายุมากขึ้น การแก้ปัญหาในคนไข้ที่หนังตาตกจะดูเฉพาะตาที่ตกลงมาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการจะมีดวงตาที่สวยงามนั้นยังมีส่วนประกอบของตาอื่นๆ ที่สำคัญอีกหลายอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกันเช่น บางคนคิ้วตก แพทย์จึงจำเป็นต้องดูทั้งองค์ประกอบของตาที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วย หากแก้ไขเฉพาะตาอย่างเดียว ผลลัพธ์ที่ออกมาจะดูไม่เป็นธรรมชาติ เช่น แก้ไขหนังตาตกแล้ว อาจทำให้ดวงตาดูอูมตลอดเวลา เนื่องจากบริเวณหนังใต้คิ้วมีความหนากว่าและมีแผ่นไขมันรองอยู่ โดยเฉพาะบริเวณด้านข้างช่วงหางตา ส่งผลทำให้ใบหน้าดูหน้าเศร้าและไม่สดใส อีกทั้งยังส่งผลให้วิชั่นในการมองเห็นแคบลงไปด้วย

ฉบับนี้ไปพบกับการผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก ยกคิ้ว แบบเบ็ดเสร็จและตรงจุด เพื่อให้ได้ดวงตาที่สดใสแลดูเป็นธรรมชาติ เพื่อย้อนวัยกลับไปสู่วัยแรกรุ่นกันอีกครั้งกันดีกว่าค่ะ

ผ่าตัด แก้ไขให้ถูกจุด เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

คุณหมอธนวรรฒน์ ให้ความเห็นว่า การแก้ไขหนังตาตก โดยตัดแต่งแต่เฉพาะหนังตาที่ตกลงมาจะยิ่งเป็นการดึงรั้งให้ไขมันบริเวณใต้คิ้วเข้ามาอยู่ในเบ้าลูกต้ามากยิ่งขึ้นไปอีก และนั่นเองที่ส่งผลให้ดวงตาดูบวมๆ อูมๆ แลดูไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นในการทำนอกจากแพทย์จะต้องตัดหนังตาบางส่วนออกแล้ว จะต้องทำการยกคิ้วขึ้นพร้อมกับการจัดการกับแผ่นไขมันที่อยู่บริเวณใต้คิ้วอันส่งผลให้ดวงตาดูอูมๆ นี้ออก ให้บางลง แล้วจึงยึดคิ้วให้ติดกับเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อให้ได้ลักษณะทางกายวิภาคระหว่างคิ้วกับขอบตาไม่แคบ สวยงาม แลดูเป็นธรรมชาติ หลังจากนั้นแพทย์จึงจะทำการตัดแต่งหนังตาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากคิ้วของผู้หญิงกับผู้ชายจะมีความแตกต่างกันทางกายภาพในคิ้วผู้หญิงจะวางอยู่เหนือขอบกระดูกเบ้าตาและส่วนสูงที่สุดจะอยู่ในแนวขอบตาดำด้านนอก ส่วนคิ้วผู้ชายนั้น จะตั้งอยู่ในระดับขอบกระดูกเบ้าตา ลักษณะของคิ้วจะขนานในแนวราบมากกว่า บริเวณใต้คิ้วของผู้ชายจะมีแผ่นไขมันรองอยู่หนากว่าของผู้หญิง ทำให้แลดูป่องกว่าคิ้วของผู้หญิง แต่จะมีระดับคิ้วที่ต่ำกว่าคิ้วของผู้หญิง ดังนั้นในการผ่าตัดแก้ไขหากทำโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญพอ อาจเกิดปัญหาที่หลายคนเจอ เช่น ทำมาแล้วคิ้วกับขอบตาอยู่ชิดกันมากเกินไป (ยิ่งตัดหนังบริเวณเปลือกตาออกมากเท่าไหร่ คิ้วก็จะยิ่งกระเถิบเข้ามาชิดกับเปลือกตามากขึ้นเท่านั้น)  จึงทำให้สูญเสียลักษณะทางกายภาพที่ดีไป อีกทั้งเมื่อทำไปแล้วเกิดปัญหาการแก้ไขค่อนข้างยาก 

ในคนเอเชียมักจะมีลักษณะของดวงตาที่ดูดุดัน เนื่องจากบริเวณหัวตาด้านในมักจะมีหนังตามาบดบัง ทำให้บริเวณหัวตาและหางตาดูแหลม ซึ่งในฝรั่งจะไม่พบปัญหานี้ ในการแก้ปัญหาจึงต้องมีการเปิดหัวตาเพื่อจัดการกับผิวหนังที่มาบดบังเหล่านั้นก่อน เพราะจริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติไหนลักษณะของลูกตาจะเหมือนกันหมด แต่ที่มองเห็นรูปร่างที่ต่างกันนั้นเกิดจากหนังที่บดบังนั่นเอง เช่นในคนเชื้อสายจีน เมื่อมีหนังมาบังทำให้ตาดูเล็ก และดูดุ แต่พอเปิดหนังที่มาปิดออกจึงทำให้ดวงตาดูสวยงามขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีแพทย์ที่ทำการผ่าตัดด้วยวิธีการนี้อยู่ไม่มากนัก เพราะกลัวปัญหาเรื่องแผลเป็น

วิธีการเตรียมตัวของคนไข้

ต้องมีการตรวจสุขภาพทั่วๆ ไป คนที่จะเข้ารับการผ่าตัดต้องไม่มีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจและต้องดูว่าคนไข้เคยได้รับยาอะไรมาก่อนหรือไม่ เช่นหากทานยาแอสไพริน หรือยากแก้ปวดต่างๆ ต้องหยุดยาก่อน ในคนไข้ที่รับประทานอาหารเสริมต่างๆ ที่มีผลให้ความแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เช่น จิงโกะ วิตามินอี ต้องหยุดรับประทานก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน สำหรับคนไข้ที่มีข้อสงสัยให้เกี่ยวกับการแข็งตัวแข็งเลือด ควรมีการเจาะดูเกล็ดเม็ดเลือด ว่าการแข็งตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ 

ขั้นตอน และกระบวนการในการผ่าตัด

1.หลังจากฉีดยาชา แพทย์จะทำการเปิดแผลเช่นเดียวกับการผ่าตัดทำตาทั่วไป จากนั้นแพทย์จะเลาะเข้าไปใต้กล้ามเนื้อตาและเลาะเข้าไปใต้คิ้ว เพื่อตัดแต่งแผ่นไขมันบริเวณนั้นให้บางลงตามความเหมาะสม

2.ยึดคิ้วไว้กับเยื้อหุ้มกระดูก โดยจะยึดไว้ประมาณ 2-3 จุด หากยึดเป็น

3 จุด จุดกลางจะเป็นจุดที่สูงในคิ้วผู้หญิงทำให้รูปทรงคิ้วโก่งเป็นคันศรหากเป็นคิ้วผู้ชายแพทย์จะยึดให้อยู่ในแนวระนาบ ไม่ทำให้โก่งจนเกินไป โดยการยึดจะยึดติดไว้ด้วยไหมที่ไม่ละลาย (การทำจะทำจากด้านในทั้งหมดจึงไม่เห็นรอยแผลที่คิ้ว ด้วยผิวหนังที่หนาจึงคลำไม่พบ

3.เมื่อยึดคิ้วได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการตัดแต่งหนังตาส่วนที่เกิน ด้วยผลจากการตรึงคิ้วเข้ากับเยื่อหุ้มกระดูกทำให้ส่วนของหนังตาที่จะต้องถูกตัดออกน้อยลงกว่าส่วนที่ตกลงมาจริงๆ ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างคิ้วกับขอบตาไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก จึงมองเห็นลักษณะดวงตาที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

4.ในคนไทยหรือคนเอเซียที่มีชั้นตาเล็ก แพทย์จะทำชั้นและเปลี่ยนชั้นให้เป็นธรรมชาติและดูสวยขึ้น โดยการทำชั้นตาจะยึดไว้กับกระดูกอ่อนของเปลือกตา 

5.หนังที่ปิดหัวตา ส่งผลให้ดวงตาแลดูไม่สวยงาม จะมีการตัดแต่งไปพร้อมๆ กันไปเลยทีเดียว เพื่อให้รูปตาดูยาวขึ้น มองเห็นรูปร่างของดวงตาชัดเจนขึ้น (การเปิดหางตาก็สามารถทำได้ ในกรณีที่มีเนื้อบริเวณหางตามากและลงมาบดบัง)

6.เย็บปิดแผล หลังจากทำไปแล้ว 3 วัน สามารถตัดไหมได้        

**ในระหว่างทำอาจให้คนไข้กินยานอนหลับเพื่อให้หลับไปแบบตื้นๆ โดยแพทย์สามารถเรียกคนไข้ให้ทำตามคำสั่ง เช่นให้ลืมตาและหลับตาได้ เพื่อตรวจเช็คชั้นตาระหว่างทำว่าปกติดีหรือไม่ ในการเย็บกระดูกอ่อนตรง เปลือกตาส่วนใหญ่จะใช้แนวของกระดูกอ่อน ซึ่งมักไม่ค่อยมีปัญหาเพราะธรรมชาติได้สร้างมาให้พอดีกันอยู่แล้ว   

ผลข้างเคียงและการดูแลตัวเองหลังเข้ารับการรักษา

หลังการผ่าตัดคนไข้ควรประคบเย็นไว้ประมาณ 24 ชม. แรก เพื่อหยุดและลดกระบวนการบาดเจ็บลงและหลังจาก 24 ชม. ไปแล้ว แพทย์จะแนะนำให้คนไข้ประคบร้อน เพื่อช่วยลดอาการบวม ปกติหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่น มักจะบวมมากขึ้นประมาณวันที่ 3 และวันที่ 4 ก็จะค่อยเริ่มลดลง ภายในในหนึ่งอาทิตย์จะลดลงประมาณ  50-60 เปอร์เซ็นต์ใน 1 เดือนจะลดลงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งภายใน 3 เดือนจะลดลงประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ อาจต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนขึ้นไป แผลจะค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ

จริงๆ แล้วคนไข้สามารถกลับไปทำงานได้ทันทีหลังเข้ารับการผ่าตัด แต่ควรใส่แว่นตาปกปิดเพื่อกันลม กันแดด เนื่องจากหลังการผ่าตัด บริเวณหนังตาจะหนักและบวม ทำให้การเคลื่อนไหวของตา การกระพริบตาในการป้องกันฝุ่นละอองและแสงแดดจะช้ากว่าปกติ จึงควรใส่แว่นเพื่อป้องกันสายตาไว้  ในช่วงอาทิตย์แรกไม่ควรใช้สายตามากเพราะจะทำให้มีอาการปวดตา หลังจากการตัดไหมแล้ว 3 วัน คนไข้สามารถโดนน้ำและแต่งหน้าได้เลยทันที 

ช่วงอายุของคนไข้ที่มักพบปัญหา

ส่วนใหญ่มักพบปัญหาในคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป แต่ในคนคอเคเชี่ยนนั้นลักษณะคิ้วจะไม่บวมเหมือนคนเอเชียคือ มีลักษณะบางและยึดติดกับกระดูกได้ดีกว่า ในคนกลุ่มนั้นอาจจะยังไม่ต้องทำ ในช่วงวัยนี้ แต่สำหรับคนไทยโดยเฉลี่ยจะพบปัญหาเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป 

ค่าใช้จ่าย

50,000-80,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและการแก้ไข 

EXPERT SAYS :

นพ.ธนวรรฒน์ โชติมา

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากทีเอ็นซี ศัลยกรรมความงาม(ทีเอ็นซี คลินิก)

การผ่าตัดแก้ไขปัญหารอบดวงตา สำหรับคนไข้ที่เคยทำตามาแล้ว ต้องดูว่าในการทำครั้งแรกนั้นเป็นการทำตาแบบที่เย็บให้เป็นตาสองชั้นเฉยๆ  โดยไม่ได้ผ่าตัดหรือเปล่า ถ้าเป็นกรณีนั้นการผ่าตัดหนังตาสามารถทำได้เลย โดยไม่เกิดปัญหาอะไร แต่ในการทำครั้งที่สองที่มักเป็นปัญหาคือคนที่เคยผ่ากรีดมาแล้ว การผ่าตัดต้องดูลักษณะพังผืดที่มีอยู่เดิม และต้องดูลักษณะกายวิภาคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีการตัดออกมากไป น้อยไป ยิ่งถ้าทำมาแล้วไม่เท่ากันก็ยิ่งมีปัญหา แก้ไขได้ยากโดยเฉพาะชั้นที่ไม่เท่ากัน หรือชั้นที่สูงเกินไปในกรณีที่ชั้นไม่เท่ากัน อาจแก้โดยการใช้กราฟของไขมันมารองในส่วนที่ยึดติดและส่วนที่สูงไป เมื่อรองในส่วนที่ยึดติดแล้วแล้วเราถึงจะเย็บใหม่ได้ ในการเลาะเข้าไปจะยังมีส่วนที่ยังคงติดอยู่ เปรียบกับการแก้เสื้อซึ่งเวลาเลาะ รอยเก่าก็จะยังมีอยู่ คือเนื้อเยื่อรอยเก่ายังคงเหลืออยู่ จึงต้องใช้ไขมันรองส่วนที่จะยึดติดแถวเดิมไว้ก่อน ในการทำตา 2 ชั้น การทำครั้งที่ 2 จะยากกว่าการทำครั้งแรกมาก แต่ถ้าในการทำครั้งแรกดีอยู่แล้วเวลาผ่านมา

นานเกิดหนังตาตกลงมาอีก แพทย์มักจะไม่เข้าไปแก้ในส่วนของชั้นตา แต่จะไปแก้แบบอ้อมๆ แทน เช่น ไปยกคิ้วด้วยวิธีการอื่นแทน เป็นต้น เพื่อทำให้กายวิภาคไม่เสีย ซึ่งก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้จะแก้ไขด้วยวิธีใดขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้แต่ละรายซึ่งแตกต่างกันไปครับ