Cosmetic Exclusive

BOWLEGS CORRECTION

ปรับขาโก่ง ตรงสมส่วน โชว์ขาอย่างมั่นใจExclusive43_open

แฟชั่นนุ่งสั้น โชว์ขาอ่อน! นับว่าเป็นเรื่องธรรมดากันแล้วที่จะใส่เดินเล่น โฉบเฉี่ยวกันตามท้องถนน แต่ก็มีสาวบางคนกลับไม่มั่นใจที่จะเลือกหยิบมาใส่ให้ดูเก๋ เพราะข้อจำกัดในเรื่องโครงสร้างเรียวขาที่พบกับปัญหาของขาโก่งนั่นเอง หากขึ้นชื่อว่าผู้หญิงแล้ว จะมาไม่สวยด้วยเรื่องแบบนี้ได้ไงกัน งั้นเรามีมาฝากกันในฉบับนี้ น่าจะพบกับคำตอบให้แก่คุณสาวๆ ในการรักษา แก้ไขได้เป็นอย่างดี

รู้ได้ไงว่าขาโก่ง

สภาพที่เข่าโค้งออก คือแนวของกระดูกต้นขาทำมุมชี้ออกด้านนอก เพราะเกิดจากการตึงของเอ็น และการดึงรั้งของกล้ามเนื้อด้านในของข้อเข่า และการหมุนตัวของกระดูกขา ซึ่งจะผิดปกติเพียงแค่รูปร่างภายนอก เดิมในผู้ที่มีกระดูกอ่อนอาจส่งผลให้ขาโก่งอย่างถาวรได้ ช่วงอายุประมาณ 2–3 ขวบเริ่มเห็นลักษณะรูปร่างของข้อเข่าแล้ว แต่ในช่วงนี้เข่าโก่งจะสามารถดัดเข้ามาเป็นปกติได้ แต่ยังไม่มีการพิจารณาว่าจะโก่งแท้จริง เพราะยังมีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกได้อีกจนถึงอายุ 10 ขวบ หลังจากนั้นการพัฒนาของเด็กจะช้าลง หากจะทำการรักษา แก้ไขควรให้กระดูก มีการเจริญเติบโตเต็มที่เสียก่อนซึ่งอยู่ในช่วงอายุประมาณ 21 ปี

ประเมินโครงสร้างของกระดูก

อันดับแรกแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อเข่าโก่งที่เป็นโรคอาจพบได้ในเด็กอายุ 3–4 ขวบเนื่องจากกระดูกอ่อน ภายในเข่า ด้านในมีความผิดปกติส่วนโอกาสการเปลี่ยนข้อเข่าก็เป็นไปได้หรือมีข้อบ่งชี้ที่ทำได้ แต่ถ้าข้อเข่าโก่งที่มีอาการอย่างเช่น การปวด บวม หรือมีช่วงอายุน้อยกว่า 60 ปี การเปลี่ยนข้อเข่าด้วยข้อเข่าเทียม อาจจะมีข้อบกพร่องที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากมุมแกนของขาไม่ตรงอาจจะมีการผ่าตัด เช่น การปรับมุมของข้อเข่าโก่งให้กลับมาตรงมากขึ้นเพื่อลดอัตราการสึกหรอของกระดูก โดยแบ่งเป็นตามกรณีการรักษาเช่นนี้

กลุ่มที่มีอาการข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด (พยาธิสภาพ) มักอยู่ในกลุ่มคนอายุมากกว่า 60 ปี คือมุมองศาของเข่าที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการหยุดเจริญเติบโตภายในกระดูก กรณีเช่นนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนข้อเทียม

กลุ่มที่ไม่มีอาการแต่มีรูปลักษณ์ข้อเข่าโก่ง(ไม่มีพยาธิสภาพ) น้อยกว่า 60 ปี หลายคนอาจจะมีความต้องการที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงรูปร่างเข่าให้ตรงมากขึ้น เช่นผู้หญิงที่มีขาที่โก่งอาจจะมีความกังวลในสรีระ ขาดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าหรืออาชีพที่เกี่ยวข้องก็มีส่วนเช่นกัน ในกลุ่มพวกนี้ต้องประเมินให้ได้ว่า มีข้อบ่งชี้อย่างไรบ้าง เพราะในกลุ่มนี้จะไม่มีอาการของการเจ็บปวดร่วมด้วย แต่เป็นเรื่องความพึงพอใจเสียมากกว่า ซึ่งแพทย์และผู้ป่วยหากมีการสื่อสารกันผิดพลาดย่อมก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาต่อการรักษานี้ได้ จึงมีการดูอาการก่อนว่าจำเป็นว่าจะต้องผ่าตัดปรับมุมหรือไม่ การรักษาแก้ไขขาโก่งให้ตรงสมส่วน ทางแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่า โครงสร้างของขาแบบใดที่เหมาะแก่การรักษาประกอบกับช่วงวัย ก็ถือว่าเป็นส่วนที่ตัดสินได้ว่าจะเลือกรักษาด้วยเช่นกัน ซึ่งมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ที่ใช้รักษากันตามนี้เลย

การปรับมุมให้กระดูกตรงขึ้น การตัดกระดูกให้เป็นรูปโค้งแล้วหมุนข้างในให้ตรงกับข้อพับแล้วนำเหล็กมายึดตรงข้อเข่าหรือตัดกระดูกออกแล้วยก ขึ้นให้เกิดช่องว่างโดยใสเหล็กนี้จนกว่าให้กระดูกมีการเชื่อมต่อกัน ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้นก็ใช้งานตามปกติ แต่ยังมีการเคลื่อนไหวที่ขัดๆ อยู่บ้างจึงควรจะมีกายภาพบำบัดร่วมและการออกกำลังกายด้วย

ถ้าแก้ไขได้ทันเวลาก็จะช่วยให้ผู้ป่วยที่เข่าเสื่อม

และมีขาโก่งหรือเข่าโก่งรอดพ้นจากการถูกผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมได้ สามารถปรับให้กระดูกอ่อนที่ผิวข้อเข่าฝั่งด้านในส่วนที่ดีที่ยังเหลืออยู่มาใช้งานแทนฝั่งด้านในที่สึกหรอไปแล้วเป็นการถนอมข้อเข่าของตัวเองที่ยังดีไม่ให้ถูกตัดทิ้ง หลังจากผ่าตัดและย้ายแรงกดด้วยวิธีนี้แล้วพบว่าไขกระดูกและกระดูกอ่อนที่เคยถูกทำลายจากการกดทับยังสามารถงอกฟื้นฟกลับมาปกติเหมือนเก่าได้ (Regeneration of cartilage cell and bone marrow) 

การเปลี่ยนข้อเทียม การตัดผิวกระดูกออกไปบางส่วนตั้งแต่ข้อพับลงมา แล้วนำข้อเทียมที่เป็นโลหะมาใส่เชื่อมต่อให้มีรูปร่างที่ตรงได้สัดส่วน แต่ข้อเทียมนี้จะมีช่วงเวลาของการใช้งานด้วยเหมือนกัน สำหรับผู้ที่มารักษาวิธีนี้แล้วจะมาปรับมุมด้วยอีกนั้นอาจจะมีองศาการปรับที่ไม่เหมาะสม แต่ข้อเข่าเทียมที่เปลี่ยนจะมีอายุการใช้งาน เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้อย่างทะนุถนอม ไม่ควรออกกำลังกายที่หนักมาก มิเช่นนั้นข้อเทียมก็จะเสียหายเร็วขึ้น จึงต้องมีการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใหม่อยู่เรื่อยๆ ทั้งข้อเข่าเทียมที่เปลี่ยนมีโอกาสติดเชื้อ และอักเสบได้ง่ายกว่าข้อเข่าจริงด้วย

ภาวะแทรกซ้อน

มีโอกาสติดเชื้อ

ถูกเส้นประสาท เส้นเลือดได้อาจจะมีอาการชาร่วมด้วย และกระดกข้อเท้าไม่ขึ้น

เส้นเลือดดำอุดตัน จะทำให้เกิดความพิการหรือถึงแก่ชีวิตเลย อาจพบในกรณีผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือผู้ที่มีลิ่มเลือดอุดตัน อัตราการเต้นหัวใจผิดปกติ

ข้อแนะนำ

หลังผ่าตัดการดูแลไม่ต่างจากภาวะกระดูกหัก ในช่วงแรกยังลงน้ำหนักไม่ได้มากเพราะว่าการผ่าตัดเป็นการตัดทำให้กระดูกที่ปกติขาดออกจากกัน จากนั้นจะดัดแนวกระดูกใหม่และเสริมความแข็งแรงด้วยแผ่นโลหะตามกระดูก อาจจะมีความไม่คล่องตัวในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด จากนั้นพอพ้นระเวลา 6 เดือนจึงจะสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และเสริมด้วยการทานแคลเซียมด้วยได้ย่อมเป็นผลดี

ประมาณค่าใช้จ่าย

ขึ้นอยู่กับอาการของข้อเข่าเสื่อม และการเลือกใช้วัสดุมารักษา ซึ่งราคาที่สูงกว่าย่อมไม่ได้หมายความว่ามีการรักษาที่ดีกว่า ฉะนั้นแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเอง

ขาโก่งย่อมส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพของเรา

ซึ่งหากได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ น่าจะช่วยได้มากเลยทีเดียว รวมถึงการดูแลข้อเข่าให้มีความเสื่อมน้อยลงด้วยการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำย่อมน่าจะเป็นหนทางที่ดี

EXPERT SAYS :

รศ.นพ.สมศักดิ์ คุปต์นิรัติศัยกุล

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์

คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การผ่าตัดแต่ละครั้งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากอาการ และข้อบ่งชี้ว่ามีพยาธิสภาพหรือไม่มีพยาธิสภาพจึงควรมีการปรึกษากันให้ดีเสียก่อนที่จะรักษาระหว่างคนไข้กับแพทย์ โดยคนไข้จะต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า จะต้องแลกมากับความเสี่ยงที่จะพบกับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เพราะฉะนั้นก่อนเข้ารับการรักษาคนไข้จะต้องเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งหากเป็นวิธีการผ่าตัดเมื่อรักษาแล้วเป็นสิ่งที่ยากมาก ถ้าจะกลับมาปรับแก้ไขอีก