Cosmetic  Body & Weight

ผ่าลดพุง หรือ ดูดไขมัน

อย่างไหนทำท้องแบนเวิร์คสุด?

Body-&-Weight41_open

รู้กันมานานแล้วว่าเจ้าไขมันหน้าท้องนั้นมันดื้อด้านไม่ยอมลดง่ายๆ เพียงไร ทั้งการดูดไขมัน (liposuction) และการผ่าตัดลดพุง (tummy tuck) ต่างเป็นวิธีการทางศัลยกรรมอันเป็นที่พึ่งของผู้ที่มีปัญหารอบเอวทั้งหลายเพื่อขจัดไขมันส่วนเกินออกไป ทว่ายังมีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มั่นใจว่าอย่างไหนจึงจะเหมาะกับตนเอง การตัดสินว่าควรเลือกแบบไหนยังเป็นคงเป็นประเด็นที่ยังคงมีการถกเถียงกันเรื่อยมา ต่อไปนี้คือ ประเด็นต่างๆ ที่คุณควรพิจารณาก่อนยอมทอดร่างสังเวยมีดหมอ

ดูดไขมัน vs ผ่าลดพุง : พื้นฐานที่ต้องรู้

การผ่าตัด 2 ประเภทนี้จัดว่าเป็นศัลยกรรมแบบพื้นฐานมากที่สุดเพื่อใช้ขจัดไขมันที่ท้อง แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างยิ่งทีเดียว การผ่าลดพุง (Tummy Tuck หรือ Abdominoplasty) นั้นเป็นการผ่าตัดเอาผิวหนังจำนวนมากออกจากท้องช่วงล่างในขณะเดียวกันก็ทำการกระชับท้องช่วงบนพร้อมๆ กันไปด้วย การผ่าตัดเป็นการกระชับส่วนที่เรียกว่า inner girdle นั้น ทำให้ช่วงกลางลำตัวของคนไข้คนไข้ดูแบนราบและชวนมองกว่าเดิม ในขณะที่การดูดไขมันนั้นจะขจัดไขมันสะสมอยู่ในร่างกายด้วยการใช้วิธีตัดเป็นแผลเล็กๆ หลายแห่งโดยใช้ท่อสเตนเลสกลวง และกลไกสร้างสุญญากาศ การดูดไขมันช่วยในการลดขนาดพื้นที่บนร่างกายบางแห่งที่ดูเหมือนการควบคุมอาหารรวมทั้งการออกกำลังกายจะทำอะไรไม่ได้เลย เช่น ตะโพก ขาอ่อนด้านนอกและท้องช่วงล่างเป็นต้น

เมื่อไรที่ควรใช้วิธีดูดไขมัน

วิธีดูดไขมันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวใกล้เคียงกับระดับรูปร่างปกติและมี muscle tone บริเวณท้องที่ดี การดูดไขมันจะทำเพียงการขจัดไขมันส่วนเกินที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังและอยู่เหนือชั้นกล้ามเนื้อท้องขึ้นมา เพื่อช่วยลดปัญหาไขมันส่วนเกินในบางบริเวณ ทว่าการดูดไขมันมิใช่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินพิกัดที่กำลังมองหาวิธีเพื่อลดน้ำหนักอยู่ เพราะว่ามันไม่อันตรายที่จะดูดไขมันปริมาณมากๆ ออกจากร่างกายภายในวันเดียว อย่างไรก็ตามวิธีนี้ก็สามารถใช้แก้ไขจุดปัญหาต่างๆ บนร่างกายของผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินปกติได้    

เมื่อไรควรใช้วิธีผ่าตัดเพื่อลดพุง

การผ่าตัดเพื่อลดพุงนั้นเป็นการผ่าตัดขนานใหญ่ที่หลายๆ คนไม่ต้องการเอาตัวไปแลกกับความเจ็บปวด แต่บางครั้งมันก็เป็นวิธีการดีที่สุดที่เหลืออยู่ ในรายที่ประสบปัญหามีผิวหนังส่วนเกินรอบท้องมาก มีอาการหย่อนคล้อยตรงท้องช่วงล่าง มีอาการท้องลายหรือมีอาการกล้ามเนื้อท้องยืดตัวออกอย่างรุนแรง (เช่น ภายหลังตั้งครรภ์) การผ่าเพื่อลดพุงย่อมเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า  วิธีนี้จะช่วยให้ได้ท้องที่แบนราบกว่าด้วยการตรึง inner girdle และขึงผิวหนังให้ตึง การผ่าตัดแบบนี่จะช่วยรีดให้ผิวหนังเรียบ ลดรอยท้องลายและให้หน้าท้องที่ตึงและได้สัดส่วนซึ่งใครๆ ต่างก็ปรารถนากันทั้งนั้น

จะดูดหรือจะผ่าดี : ข้อควรคำนึงก่อนตัดสินใจ

ก่อนที่คนไข้จะตัดสินเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งลงไป ก็ควรจะรับทราบประเด็นเรื่องความเสี่ยงรวมทั้งผลข้างเคียงต่างๆ ของแต่ละวิธีเสียก่อน  อย่างที่กล่าวแล้วว่าการผ่าเพื่อลดพุงนั้นเป็นศัลยกรรมในวงกว้างซึ่งจะมีรอยผ่าตั้งแต่สะโพกด้านหนึ่งไปจดอีกด้านหนึ่งได้ ในบางกรณี อาจนำไปสู่การเกิดแผลขนาดใหญ่ในส่วนของท้องช่วงล่างและบริเวณหัวเหน่า โชคดีที่รอยแผลดังกล่าวจะอยู่ต่ำกว่าเอว เลยมองไม่เห็นเมื่อสวมเสื้อผ้าหรือชุดว่ายน้ำ ในการผ่าเพื่อลดพุงนั้นจะต้องมีการทำศัลยกรรมเพื่อวางตำแหน่งสะดือเสียใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่รูปร่างของสะดือที่ผิดธรรมชาติไปในบางกรณี ส่วนการดูดไขมันนั้นแน่นอนว่า เกิดแผลที่สาหัสน้อยกว่า เพราะว่าแผลผ่าตัดแต่ละจุดจะค่อนข้างเล็กมาก ส่วนผลข้างเคียงของการดูดไขมันที่พบได้บ่อยนั้นส่วนใหญ่ก็คือ อาการบวม ฟกช้ำ และอาการเหน็บชาชั่วคราวและนานๆ ทีอาจพบการติดเชื้อ เลือดออก และแผลพุพองที่ผิวหนัง ซึ่งบรรดาความเสี่ยงและผลข้างเคียงทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถลดน้อยลงไปได้โดยการเฟ้นหาศัลยแพทย์ฝีมือดีและมีประสบการณ์สูงเพื่อมาทำการผ่าตัดให้คุณ

ดูดไขมัน vs ผ่าลดพุง : อย่างไหนฟื้นตัวเร็วกว่า

ทั้งสองวิธีนั้นต่างมีช่วงเวลาในการฟื้นตัวที่ค่อนข้างสั้น อย่างไรก็ตามการดูดไขมันนั้นจะอนุญาตให้คนไข้กลับไปทำกิจกรรมตามปกติระดับปานกลางได้เร็วกว่าอีกวิธีหนึ่ง โดยทั่วไป คนที่ผ่านการดูดไขมันมาอาจจะกลับไปทำงานได้ภายในสองสามวัน  ในขณะที่การผ่าเพื่อลดพุงนั้นอาจต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งสัปดาห์กว่าจะกลับไปทำงานได้ตามปกติ มีข้อแนะนำว่าผู้ผ่านการศัลยกรรมไม่ว่าแบบใดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายจนกว่า 4 สัปดาห์จะผ่านพ้นไปหลังการผ่าตัด โดยมาตรฐานแล้ว ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือนกว่า คนไข้จะรู้สึกปกติอีกครั้งและพอจะเห็นผลขั้นสุดท้ายของการดูดไขมันหรือผ่าเพื่อลดพุงที่ตนไปทำมา

ดูดไขมันแบบไหนจึงจะเหมาะ?

ถ้าคุณเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีคำถามนี้คาใจอยู่ลองอ่านบทความนี้ดู บางทีคุณอาจจะพบคำตอบที่คุณอยากรู้มานานแล้วก็ได้

1 ขึ้นชื่อว่าการผ่าตัด มันก็แทบไม่แตกต่างกัน ผู้ให้บริการดูดไขมันส่วนเกินทั้งหลายนั้นมักจะหยิกยกข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สาระสำคัญขึ้นมาเล่นกัน เพื่อสร้างจุดขายให้กับวิธีของตนเอง แต่เมื่อมองลึกลงไปแล้วการดูดไขมันซึ่งเป็นการผ่าตัดนั้นมักมีความคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือแบบไหนในที่สุดก็ย่อมต้องให้คุณเข้ารับการผ่าตัดแบบมาตรฐานของการดูดไขมันอยู่ดี ที่จะแตกต่างนั้นก็อยู่ที่วิธีการในการจัดการกับไขมันก่อนที่จะตัดออกมันออกมาเท่านั้นเอง

2 เลือกผู้รักษา ไม่ใช่ไปเลือกเครื่องในเมื่ออย่างที่กล่าวแล้วว่า ขั้นตอนการผ่าตัดนั้นไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน ดังนั้นความสำเร็จของการผ่าตัดจึงเห็นได้ชัดว่าขึ้นอยู่กับฝีมือของศัลยแพทย์นั่นแหละเป็นสำคัญ คุณจึงควรเฟ้นหาคน(ตัวหมอ) มากกว่าจะไปให้ความสำคัญกับเครื่อง(หรืออุปกรณ์) แล้วคุณจะไม่นึกเอะใจบ้างหรือเวลาที่คุณได้ยิน ได้ฟังหมอบางคนเฝ้าแต่บรรยายสรรพคุณของพวกเครื่อง ไม้เครื่องมือต่างๆ ซะเต็มประดาว่ามันมีความสำคัญเสียเหลือเกินต่อผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับหลังการผ่าตัด แทนที่จะเน้นไปที่เรื่องทักษะและความชำนาญของหมอเอง เครื่องมือย่อมไร้ความหมายหากผู้ใช้ขาดความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง

3 อย่ายอมให้เทคโนโลยีใหม่ต้มคุณได้วิธีการใหม่ๆ ในการดูดไขมันใช่ว่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าเสมอไป อันที่จริงศัลยแพทย์ส่วนใหญ่นั้นดูเหมือนจะชอบใช้วิธีดูดไขมันแบบดั้งเดิม (tumescent liposuction) ที่มีใช้กันนานหลายปีแล้ว วิธีดังกล่าวอาจจัดได้ว่าเป็นมาตรฐานที่เทคนิคการดูดไขมันแบบอื่นๆ ถูกนำมาเปรียบเทียบ แม้ฝ่ายคนไข้เองยังดูเหมือนจะมีความเห็นสอดคล้องไปในทางเดียวกัน ด้วยการโหวตว่าวิธีนี้คุ้มค่าถึงร้อยละ 83 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดในบรรดาสารพัดวิธีดูดไขมัน อีกทั้งมีคำถาม 3 ข้อที่คุณต้องถามตัวเองด้วยว่า

มันได้ผลกว่าวิธีเดิมๆ ที่มีอยู่หรือไม่

มันมีราคาย่อมเยากว่าหรือไม่

มันปลอดภัยกว่าวิธีอืื่นๆ หรือไม่

4 ปรึกษาแพทย์ที่ทำงานด้านนี้และใช้หลายๆ วิธีในการรักษาคนไข้หากคุณไปปรึกษาหมอที่ใช้แต่เพียงการทำ  Smart Lipo  แน่นอนว่าเขาย่อมแนะนำว่านี่เป็นเพียงวิธีเดียวที่เหมาะสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณหันไปปรึกษาแพทย์ผู้ใช้มากกว่าหนึ่งวิธีในการดูดไขมัน เขาย่อมมีความจัดเจนมากพอที่จะแนะนำว่าวิธีใดที่จะเหมาะสมกับคุณได้อย่างแท้จริง

5 หมั่นอ่านความเห็นของคนไข้รายอื่นๆ รวมทั้งเปรียบเทียบระดับความนิยมของวิธีการรักษาต่างๆ  หากคุณสงสัย จงไปหาข้อมูลดูว่าคนอื่นๆ ที่เขาเคยได้รับการรักษามาแล้วมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างต่อวิธีต่างๆ ส่วนเรทติ้งในแง่ความคุ้มค่าของแต่ละวิธีก็จะเป็นตัวบอกว่าวิธีไหนที่ฮิตที่สุดในหมู่คนอยากสวยอยากหล่อ ข้อมูลถึงระดับว่าวิธีไหนเจ็บปวดเพียงไร ใช้เวลาผ่าตัดนานเพียงไรรวมทั้งจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานแค่ไหน อะไรอย่างนี้เป็นต้น

หากทำตาม 5 ข้อนี้ได้ คุณก็จะมั่นใจได้ว่า การตัดสินใจในการดูดไขมันของคุณกระทำไปด้วยการใช้สติปัญญาอย่างแท้จริง ไม่เปิดช่องให้อารมณ์และความรู้สึกเข้ามาสอดแทรกได้เลย