Cosmetic  Skin

Makeover your eyes

แปลงโฉม “รอบดวงตา” ให้กลับมาสวยใสดั่งวัยสาว

Skin44_open

เมื่อความ“ชรา”มาเยือนอะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไปเสียหมด จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำทีเดียวว่าความแก่! เป็นตัวการพรากความสดใสไปจากชีวิต เพราะทุกสิ่งดูเหมือนจะเหี่ยวเฉาไปตามตัวเลข(อายุ)ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น “รอบดวงตา” ของเรา ที่มักจะมีปัญหาเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องหนักใจและทำให้ใบหน้าขาดความสดใสไปไม่น้อยเลย

หลายคนที่มีปัญหารอบดวงตาทำให้เกิดความไม่มั่นใจ เพราะปัญหาต่างๆ รอบดวงตามักจะเห็นได้เด่นชัดกว่าส่วนอื่น บางท่านยังอายุน้อยอยู่แต่ประสบกับปัญหาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอย ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ถุงใต้ตาห้อย หรือผิวหนังหย่อนยาน ก็ทำให้ดูเหมือนอายุมากขึ้นกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว ฉะนั้นการแก้ไขรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนใบหน้าให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง มาร่วมกัน“แปลงโฉมรอบดวงตา” อวัยวะที่ว่ากันว่าเป็นหน้าต่างของหัวใจ ให้กลับมาสดใสเปล่งประกายกันอีกครั้งดีกว่าค่ะ

สี่ตัวการหลัก “ปัญหารอบดวงตา” ศัตรูตัวร้ายทำลายความสาวเมื่อเราอายุมากขึ้นดวงตามักจะมีปัญหาอยู่ 4 ประการเป็นหลัก ต้นเหตุของปัญหาต่างๆ รอบดวงตานั้นล้วนแล้วแต่มีสาเหตุหลักมาจากความชรานั่นเอง ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆประกอบกับสภาพแวดล้อมจึงทำให้ดวงตาไม่สวยใสดังเก่า

1. ริ้วรอยต่างๆ รอบดวงตา ริ้วรอยต่างๆ รอบดวงตา เช่น รอยตีนตา รอยเหี่ยวย่น มีสาเหตุหลักที่เราๆ รู้กันดีนั่นคือความแก่ แต่นอกจากความแก่อายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ปัจจัยสำคัญเลยก็คือจากถูกมลภาวะทำร้ายจากแสงแดด เช่น คนที่โดนแดดมากก็จะทำให้เหี่ยวเร็วมากขึ้น ปัจจัยต่อมาคือผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าซึ่งมีผลเสียต่อร่างกายตลอดจนผิวพรรณรอบดวงตา อีกทั้งผู้ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือมลภาวะไม่ดีและใช้งานร่างกายแบบสมบุกสมบันมาเกเกินไปก็จะยิ่งทำให้แก่เร็วขึ้น

2. รอยคล้ำให้ตา สีคล้ำใต้ตานั้นนอนจากอายุเพิ่มขึ้นแล้วอาจจะมีองค์ประกอบมาจากอย่างอื่นได้อีก 1.สาเหตุที่สีคล้ำบริเวณรอบดวงตาเป็นเพราะชาติพันธุ์คือมีมาตั้งแต่เกิด (เช่นชาวแขก) เนื่องจากเป็นพันธุกรรม แต่คนไทยหรือชาวเอเชียอาจจะพบน้อย 2.เกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ (การที่ขยี้ตาบ่อยๆ เพราะคันเนื่องจากเป็นภูมิแพ้เป็นการกระตุ้นให้มีรอยคล้ำมากขึ้น) 3. การนอนดึกหรือนอนไม่เป็นเวลา เป็นต้นเหตุสำคัญเลยที่ทำให้ใต้ตาดำเป็นหมีแพนด้า เพราะการนอนที่เหมาะสมควรนอนได้ให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งต้องเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ แต่หากทำงานหนักๆ แล้วพักนอน 2 ชั่วโมงแล้วตื่นทำงานอีก หากเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ตาก็จะคล้ำขึ้นมาเองคล้ายตานกฮูก

3.รอบดวงตาหย่อนคล้อย ในส่วนของรอยเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยต้นเหตุสำคัญที่สุดคืออายุที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก โดยผิวหนังรอบดวงตาที่หย่อนคล้อยนั้นยืดยานออกไป คอลลาเจนก็ลดน้อยลงเป็นลักษณะอาการที่จะใช้เวลาสะสมสักระยะหนึ่งจึงจะเห็นได้ชัดเจน คือเมื่อมีอายุเกินกว่า 40 ปีขึ้นไปจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยถ้าหากเป็นตาฝรั่งจะเห็นได้ชัดและเกิดเร็วกว่าคนเอเชีย เพราะจะสังเกตว่าเวลาเราเห็นชาวต่างชาติอย่างฝรั่งเขาจะมีริ้วรอยชัดตั้งแต่อายุ 30 ปี

4.ถุงใต้ตา ส่วนในเรื่องของถุงใต้ตาจะมีข้อสังเกตต่างออกไปเล็กน้อยเพราะแม้ว่าสาเหตุหลักจะเกิดความความแก่ แต่คนแถบเอเชียยังไม่แก่มากอายุยังน้อยๆ อยู่ตั้งแต่ 25-35 ปีก็สามารถมีถุงใต้ตาได้ ซึ่งเราเรียกว่า “ตาคนจีน” ตาเอเชียโอเรียลทัล อายส์ (Oriental Eyes) โดยตาคนเอเชียจะแตกต่างกับตาแขกหรือตาชาวตะวันออกกลาง เนื่องจากมีสาเหตุการเกิดขึ้นที่ไม่ได้มาจากการดำเนินชีวิต ความอ้วนผอมหรือสิ่งแวดล้อมใดๆ อีกประเภทคือถุงใต้ตาที่เกิดขึ้นในคนมีอายุตั้งแต่ 50-70 ปี ซึ่งสามารถเกิดได้กับคนทุกชาติพันธุ์ สาเหตุมาจากผนังตาที่อ่อนแรง ทำให้ไขมันซึ่งแม้ว่าจะมีอยู่ไม่มากสามารถดันจนปูดบวมออกมาได้ พูดง่ายๆว่าถุงใต้ตาเป็นก้อนไขมันที่อยู่ใต้ตา ซึ่งก้อนไขมันนี้มันก็เป็นก้อนไขมันที่มีมาตั้งแต่เกิดที่อยู่ที่ใต้เปลือกตาด้านใน โดยเวลาเราลองกดดูมันก็สามารถเห็นได้เลยทันที

ดูแลตัวเองจากภายในเพื่อตาปิ๊งเป็นประกาย

การดูแลดวงตาให้สดใสสวยปิ๊งกับเราไปนานๆ นั้น สามารถทำได้เองง่าย จากการเริ่มต้นที่ตัวเราเป็นสำคัญ ได้แก่ เรื่องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและการมีสุขอนามัยที่ดี เลือกการรับประทานอาหารที่เหมาะสมมีประโยชน์ต่อร่างกายหรือผิวพรรณ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารเสริมก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยได้ เช่น วิตามินซี วิตามินอี หรืออาหารเสริมที่ช่วยบำรุงร่างกายชนิดอื่นๆ เพื่อเป็นการชะลอความชราไม่ให้เกิดปัญหารวดเร็วเกินไป แต่ถ้าเมื่อปัญหาแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองก็ต้องหันมาพึ่งพาการรักษาจากแพทย์ โดยสี่ปัญหารอบดวงตาที่กล่าวมานั้นมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

ลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา ให้กลับมาดังวัยสาว

การักษาริ้วรอยรอบดวงตานั้นได้แก่ การฉีดสารโบทูลินัมท็อกซิน โดยคนไข้อาจจะฉีดทุก 3 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ซึ่งสารตัวนี้ได้ให้ประโยชน์มากมาเป็นเวลา 15 ปีด้วยดีและความปลอดภัย ส่วนอีกทางหนึ่งคือการทาครีมบำรุงเพื่อช่วยลดริ้วรอยให้ผิวบริเวณนั้นกระชับขึ้น ผิวหนังและกล้ามเนื้อหดตัวและดึงรั้งไปได้บ้าง ซึ่งมีข้อดีคือสะดวกโอกาสเกิดอันตรายน้อย แต่จะเห็นผลช้าและต้องใช้เวลานานเพราะเป็นการช่วยพยุงอาการเท่านั้น อีกทางเลือกหนึ่งคือการทานอาหารเสริม (Xanthin) โดยเป็นอาหารเสริมซึ่งเป็นแอนติอ็อกซิแดนต์ (Antioxidant) ที่มีประสิทธิภาพสูงมากกว่าวิตามินซีถึง 6000 เท่า การทานวันละ 1 เม็ดก็จะทำให้ช่วยลดริ้วรอยได้อย่างดีเยี่ยม

• ข้อควรระวัง แนะนำคนไข้ไม่ควรเลือกการผ่าตัดลดริ้วรอยเพราะอย่างไรก็ไม่มีทางลดได้จริง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงแทรกซ้อนคืออาการ “ตาแหก” หมายถึงตาถูกดึงรั้งลงมาและเกิดแผลเป็น ซึ่งเป็นรอยแผลเป็นจะเป็นไปตลอดชีพไม่สามารถรักษาได้

ขจัดถุงใต้ตา ตัวการแห่งความแก่

การรักษาถุงใต้ตาที่ได้ผลดีนั้นคือการเจาะด้วยเลเซอร์ โดยวิธีการเจาะถุงให้ตาแล้วดูดถุงไขมันออกมาเลย ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดและดีที่สุดในขณะนี้ เพราะมีความปลอดภัยขณะการรักษาเสียเลือดน้อย สามารถทำได้เร็ว

โดยขั้นตอนการรักษาคือ 1.หยอดยาชาเข้าไปบริเวณเบ้าตา 2.จากนั้นก็ฉีดยาชาเพิ่มตรงจุดที่จะเจาะถุงใต้ตา 3.ใช้เลเซอร์กรีดบริเวณเปลือกตาล่างด้านในและค่อยๆ เจาะดึงถุงใต้ตาออกมาทีละก้อน หลังจากการรักษาอาจจะอาการข้างเคียงหลังจากการักษาคือมีอาการบวมช้ำหรือเขียว ฉะนั้นต้องมีเวลาพักผ่อนเพราะอาจมีอาการตาบวมเล็กน้อย คนไข้ต้องงดการใส่คอนแทคเลนส์ 1 อาทิตย์ อีกทั้งยังต้องลดการออกกำลังกายแบบหนักๆ ด้วย

• ข้อควรระวัง ห้ามฉีดยาเข้าไปเพื่อสลายถุงใต้ตา เนื่องจากเป็นวิธีที่อันตรายมากเพราะสารที่ฉีดหากไม่ได้การรับรองหรือขึ้นทะเบียนจะเสี่ยงต่อดวงตาอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อฉีดยาสลายฯ เส้นเลือดจะขาดและเกิดอาการเลือดออกได้ ถ้าเลือดออกเป็นจำนวนมาก จะทำให้ไปกดเส้นประสาทด้านหลังตา ตาถึงขั้นบอดได้เลยทีเดียว

บอกลาตาแพนด้า ลดรอยคล้ำใต้ตาด้วยเลเซอร์

ตาดำหรือตาแพนด้าเป็นปัญหาไม่พึงประสงค์สำหรับหลายๆคน ด้านการรักษาใต้ตาคล้ำนั้นจะใช้เลเซอร์ลบเม็ดสีซึ่งมีวิธีการส่งพลังงานรูปแบบใหม่นุ่มนวลมากและสบายเรียกว่า Fractional Q-Switched Ruby Laser โดยจะยิงเลเซอร์เป็นตาข่ายเล็กๆ รอบดวงตา แต่สิ่งที่คนไข้สามารถทำได้และป้องกันไม่ให้เกิดด้วยตัวเองนั้นคือการทาครีมกันแดดหรือทาครีมลดรอยดำใต้ตาที่มีขายทั่วไป สำหรับในกรณีที่คนไข้ใต้ตาคล้ำซึ่งเกิดจากมีอาการเป็นภูมิแพ้นั้นก็ต้องทานยาลดภูมิแพ้ร่วมด้วยอีกทางหนึ่ง และอีกวิธีของการรักษาได้แก่ การทำ Peeling แบบพิเศษที่ไม่ระคายเคืองผิวเพื่อลดรอยคล้ำ (Peeling คือการเร่งให้ผิวหนังหลุดลอกออกให้เร็วขึ้น เหมือนการขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป)

• ข้อควรระวัง สำหรับผู้ที่ไม่อยากมีรอบคล้ำใต้ตาสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายด้วยตัวเองนั่นคือไม่ควรนอนดึก ใช้เวลาพักผ่อนให้เหมาะสมก็จะเป็นการป้องกันที่ดี

แก้ปัญหารอบดวงตาหย่อนคล้อยให้กระชับ

ความหย่อยคล้อยนั้นสามารถใช้การยกกระชับเข้ามาช่วยรักษาได้นั่นคือการรักษาโดยใช้ RF หรือคลื่นวิทยุลงไปในผิวชั้นลึกเพื่อการยกกระชับ เนื่องจาก RF จะเปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ตาให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวและจะเกิดการซ่อมแซมผิวโดยการสร้างเซลล์คอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ริ้วรอยหย่อนคล้อยตึงกระชับขึ้น อีกทั้งยังสามารถรักษาด้วยการการใช้ Ulthera หรือเครื่องยกกระชับอื่นๆ

• ข้อควรระวัง ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ยกตา ถ้าคนไข้มีการหย่อนห้อยหรือผิวหนังที่เหี่ยวมากๆ แนะนำว่าควรไปพบศัลยแพทย์เพื่อผ่าตัดดึงหน้าเลยมากกว่า

การเตรียมตัวก่อนรับการรักษารอบตวงตา

หากเป็นการรักษาด้วยกระชับผิวหนังรอบๆ ดวงตา การรักษาเรื่องลดริ้วรอยด้วยโบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือการรักษาเรื่องลดรอยคล้ำใต้ตาด้วยเลเซอร์ คนไข้สามารถเข้ามารับการรักษาได้เลยทันทีไม่ต้องใช้เวลาเตรียมตัวอะไรเพราะเมื่อรักษาเสร็จสิ้นคนไข้จะไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น แต่หากเป็นการรักษาถุงใต้ตาโดยการดูดถุงใต้ตาออกนั้น คนไข้คนไข้ต้องมีสุขภาพแข็งแรง โรคประจำตัวที่ต้องระวังที่ต้องเช็คคือโรคเบาหวาน โรคความดันสูงก่อนเข้ารับการรักษา คนไข้ต้องงดรับประทานอาหารเสริมบางชนิดที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่นวิตามันอี ประมาณ 2 อาทิตย์ และอาจจะต้องเตรียมตัวและเผื่อเวลาไว้สำหรับการพักฟื้นประมาณ 2-3 วัน เนื่องจากหลังการเจาะถุงใต้ตาจะมีอาการบวมเขียวช้ำได้

ค่าใช้จ่าย

• การรักษาถุงใต้ตาด้วยเลเซอร์ประมาณ 50,000 บาท

• การรักษาด้วยเลเซอร์ลดรอยคล้ำใต้ตาประมาณ 20,000 บาท

• การรักษาด้วยการฉีดลดริ้วรอยรอบดวงตาประมาณ 6,000 บาท

• การรักษาด้วยการกระชับความหย่อนคล้อยรอบดวงตาประมาณ 20,000 บาท

สำหรับดวงตาที่สวยบางท่านอาจคิดว่าเป็นรูปตาแบบคนแขกหรือตาฝรั่ง แต่ในวันนี้คอนเซปต์ของคำว่า “ตาสวย” ก็ไม่มีชัดเจนมากนักเพราะว่าเป็นรสนิยมของแต่ละบุคคล สมัยก่อนอาจคิดว่าเป็นตาสองชั้นเท่านั้นที่สวยแต่วันนี้ตาเรียวแบบชาวเกาหลี ซึ่งไม่ได้มีสองชั้นก็ถือว่าสวยได้เช่นกัน จริงๆ แล้วคอนเซปต์ของตาสวยสำหรับคนทั่วไปที่ได้รับความนิยมไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือ “ตาสวย” จะต้องเป็นตาที่โตสองชั้นขนตายาวโค้งงอนหรือพูดง่ายๆ นั่นก็คือตาฝรั่ง เพราะคนเอเชียก็มักชอบอะไรที่ตรงข้ามนั่นเอง อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่มีตาแบบชาวเอเชียอยู่แล้วก็สวยในแบบของเราได้ เพราะความสวยนั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาจากจิตใจ ถ้าคุณมีจิตใจที่ดีดวงตาก็จะมีความงามอยู่ในรูปแบบของคุณเอง

EXPERT SAYS :

นพ.ไพศาล รัมณีย์ธร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์เสริมสวย ผู้ช่วยคณบดี สำนักเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ก่อตั้งปิ่นเกล้าคลินิก

การดูแลรอบดวงตาในปัจจุบันมีหลายสถาบันความงามให้คนไข้ได้เลือกเข้ารับการรักษา ทำให้การเลือกสถานที่นั้นคนไข้จึงควรศึกษาดูรายละเอียดของการรักษาด้วย ประกอบกับเครื่องมือที่ใช้ในแต่ละสถานที่ให้รอบคอบเสียก่อนว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้รักษาจริงหรือไม่ อีกทั้งจะมีเครื่องมือบางอย่างที่ล้าสมัยและเลิกใช้รักษาไปแล้ว เนื่องจากไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆ ซึ่งทำให้เสียเงินเปล่าประโยชน์จึงควรไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน และเนื่องจากการดูแลรักษาในเรื่องของดวงตานั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก คนไข้จึงควรต้องมาปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อวางแผนการรักษาแบบองค์รวมรอบดวงตา เพราะบางครั้งนั้นหากคนไข้มีปัญหาหลายจุด เช่น มีทั้งเรื่องถุงใต้ตา ริ้วรอยตีนกาหรือรอยคล้ำใต้ตา ซึ่งนับว่าต้องแก้ไขกันหลายส่วนโดยแต่ละปัญหาก็ใช้วิธีการรักษาแตกต่างกันไป สำหรับค่าใช้จ่ายบางครั้งก็ไม่ได้สูงมากอย่างที่คิดทางที่ดีคือควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อน ในการรักษารอบดวงตานั้นจะต้องใช้เวลาในการเตรียมการด้วย เพราะไม่สามารถเข้ามารับการรักษาแล้วจะสวยได้ทันทีทันใดฉะนั้นคนไข้ควรให้เวลากับการรักษาประมาณหกเดือนถึงหนึ่งปี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีน่าพึงพอใจที่สุด สุดท้ายสิ่งสำคัญคือควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการรักษาได้อย่างปลอดภัยและตรงจุด