Cosmetic  Sex

ครบเครื่องเรื่อง แปลงเพศ จากหญิงเป็นชาย โดยใช้เนื้อเยื่อจากต้นขา

Sex-42_open

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน การพัฒนาในด้านต่างๆ ก็ก้าวหน้าขึ้น การดำเนินชีวิตในสังคมไทยนั้นก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไป การใช้ชีวิตของเหล่าบรรดาผู้หญิงครับ ผู้ชายค่ะ ก็ดูจะเป็นที่เปิดเผยมากขึ้น และนั่นทำให้เราอดหยิบยกประเด็นการศัลยกรรมแปลงเพศขึ้นมาคุยไม่ได้ และหากเอ่ยถึงการแปลงเพศจากหญิงเป็นชายจะเป็นที่รู้กันดีว่า เป็นการศัลยกรรมที่ค่อนข้างยากมาก แต่จากข้อมูลจากสื่อต่างๆ ที่ออกมาว่าบรรดาสาวหล่อในแถบเอเชียตบเท้าเข้ามา ทำการต่อเจ้าโลกกับหมอไทย ถือว่าเป็นหลักฐานที่ทำให้รู้ว่า ไม่มีอะไรที่วงการศัลยกรรมไทยทำไม่ได้ 

เข้าใจให้ดีการแปลงเพศจากหญิงเป็นชายนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ปัจจุบันจำนวน สาวหล่อดูจะเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่ว่า มองไปทางไหน ก็จะเห็น ควงแขนเดินเที่ยวกันอยู่ทุกหนแห่ง นั่นเป็นเพราะสังคมไทยเริ่มเปิดกว้าง เกี่ยวกับในเรื่องนี้ จนทำให้ประชากรสาวหล่อกล้าเปิดตัวกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆอย่างเรื่องทรงผม จนกระทั่งเรื่องใหญ่ๆ อย่างการศัลยกรรมแปลงเพศ แต่การแปลงเพศจากหญิงเป็นชายไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และแต่ละขั้นตอนก็จะมีความเกี่ยวข้องกันไม่ใช่ว่า อยากเพียงแค่มีสรีระ รูปลักษณ์ หรือเสียงที่เหมือนผู้ชายก็ไปสรรหาฮอร์โมนเพศชายมารับประทานหรือฉีดเข้าไปในร่างกายได้เอง เหล่านี้อาจมีผลข้างเคียงภายหลังที่ไม่สู้ดีนักก็เป็นได้

ทุกขั้นตอนต้องผ่านจิตแพทย์

กว่าที่จะได้ขึ้นเตียงผ่าตัด บรรดาสาวหล่อจะต้องผ่านการตรวจเช็คสภาพจิตใจและประวัติทางจิตโดยจิตแพทย์ โดยจะต้องพบจิตแพทย์ถึงสองท่าน ซึ่งจิตแพทย์แต่ละคนก็จะมีการตรวจประเมินแต่งต่างกัน บางรายอาจจะต้องทำแบบทดสอบ หรือพูดคุย สอบถาม ถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ หรือ สภาพจิตใจ เพราะอย่างน้อยการประเมินพฤติกรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ที่ต้องการจะแปลงเพศนั้น จะต้องมีการใช้ชีวิตแบบหญิงรักหญิงเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ที่ต้องการจะแปลงเพศนั้น มีพื้นฐานทางด้านจิตใจที่จะต้องการแปลงเพศจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงอยาก

ทำ เพราะกระแสสังคม หรืออยากเท่ห์ นอกจากนี้ จิตแพทย์จะมีการตรวจสอบว่าเคยมีประวัติป่วยจิตหรือสภาวะทางอารมณ์แปรปรวนหรือไม่ หรือที่ผ่านมามีประวัติเคยทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายหรือเปล่า ในส่วนนี้ทางจิตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกใบรับรอง ว่าคนไข้สามารถรับฮอร์โมนเพศชาย หรือผ่าตัดแปลงเพศในแต่ละขั้นตอนได้หรือไม่

สาวหล่อต้องทำตัวอย่างไร

ก่อนการเข้ารับการผ่าตัดในแต่ละขั้นตอน คนไข้จะต้องมีจดหมายรับรองจากจิตแพทย์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่อมไร้ท่อเสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ ตรวจร่างกายโดยละเอียด ก่อนการเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ 3 อาทิตย์งดรับประทานหรือฉีดฮอร์โมนก่อนการผ่าตัดประมาณ 1 เดือน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายระหว่างการผ่าตัด ต้องงดสิ่งเสพติดและเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ทุกชนิดก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1 เดือน งดแอสไพริน (Aspirin) ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ขจัดปัญหากวนใจ ตัดรังไข่และหน้าอก

ลองมาดูซิว่า วิธีการหรือขั้นตอนการขจัดก้อนไขมันส่วนเกินหรือเต้านมนั้นทำกันอย่างไร ในกรณีที่หน้าอกนั้นไม่ได้โตมา ศัลยแพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดผ่านทางปานนม เลาะส่วนที่เป็นเต้านมออก และเย็บปิดแผล ในกรณีนี้จะเห็นแผลเป็นได้น้อยมาก เพราะจะอยู่ตรงปานนมพอดี ส่วนกรณีที่หน้าอกโตมาก จะต้องทำการตัดเต้านมและผิวหนังส่วนเกินออกไปพร้อมกัน และแพทย์จะทำการสร้างหัวนมและปานนมใหม่ในตำแหน่งที่ถูกต้องส่วนการตัดรังไข่จะมีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างสูตินรีแพทย์เป็นผู้ผ่าตัด อาจจะใช้วิธีทีที่แต่งต่างกันไป อย่างเช่น การส่องกล้องเข้าไปเพื่อตัด การผ่าตัดทางหน้าท้อง หรืออาจจะผ่าตัดทางช่องคลอดเป็นต้นในขั้นตอนนี้ คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นอยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์

สามารถใช้เนื้อเยื่อส่วนไหนมาสร้างเจ้าโลกได้บ้าง

ขนาดของเจ้าโลก ขึ้นอยู่กับว่าคนไข้ต้องการขนาดประมาณไหน เนื้อเยื่อที่สามารถนำมาทำการรักษานั้นขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ ขนาดเช่นกันแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของคนไข้มีอ้วนหรือผอมมีเนื้อหรือส่วนที่จะต้องตัดมาใช้ในการแปลงเพศนั้นเยอะหรือไม่ หากเยื้อเยื่อไม่เพียงพอก็จะต้องมีการเพาะเนื้อเยื่อ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณส่วนท้องแขน หน้าท้อง หรือต้นขา แต่ในฉบับนี้เราจะยกตัวอย่าง การสร้างเจ้าโลกโดยใช้เนื้อเยื่อบริเวณต้นขา

ผ่าตัดสี่ครั้งเพื่อสร้างเจ้าโลก

การผ่าตัดเพื่อสร้างเจ้าโลก ถือว่าเป็นการศัลยกรรมที่ค่อนข้างยุ่งยาก ในแต่ละขั้นตอนจึงจะต้องใช้เวลาและการรักษาตัวขั้นตอนกานผ่าตัดสร้างเจ้าโลกเทียมจะเริ่มด้วย

1.ศัลยแพทย์ จะทำการนำเนื้อส่วนบริเวณต้นขา โดยแพทย์จะทำการม้วนเนื้อในส่วนบริเวณต้นขาเพื่อทำเป็นท่อปัสสาวะ ขั้นตอนนี้ คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 อาทิตย์ หลังจากขั้นตอนนี้คนไข้จะต้องเว้นระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะทำการผ่าตัดครั้งต่อไป

2.หลังจากนั้นศัลยแพทย์จะทำการย้ายท่อปัสสาวะที่ได้ ย้ายไปไว้ที่บริเวณอวัยวะเพศ และทำการผ่าตัดท่อปัสสาวะให้ยื่นออกมาจากอวัยวะเพศ

3.ฝังแกนอวัยวะเพศชายเทียมในส่วนบริเวณแคมใหญ่จะถูกผ่าตัดเปลี่ยนให้เป็นลูกอัณฑะ สำหรับ 2 ขั้นตอนนี้คนไข้จะต้องใช้เวลาพักฟื้น อยู่ประมาณ 1-2 อาทิตย์ และจะเว้นระยะเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย เพื่อทำการผ่าตัดในขั้นตอนต่อไป เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน

4.ขั้นตอนต่อไปศัลยแพทย์จะทำการตกแต่ง โดยใส่ซิลิโคนโดยใส่ซิลิโคนไว้ภายในบริเวณส่วนที่เป็นลูกอัณฑะ ให้มีความคล้ายคลึงอวัยวะเพศชายมากที่สุด คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นอยู่ประมาณ 7วัน

มีเจ้าโลกติดตัว อย่าลืมคิดถึงผลข้างเคียง

คนไข้จะต้องทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสีย จากการศัลยกรรมแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย ก่อนว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจจะออกมาไม่เป็นที่พึงพอใจนัก ความเสมือนจริงของรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะไม่เหมือนเท่ากับอวัยวะเพศชาย 100% เพราะอวัยวะเพศเทียมที่ถูกสร้างขึ้นจะไม่สามารถยืดหรือหดได้ และเมื่อเวลามีเพศสัมพันธ์นั้นจะไม่สามารถมีความรู้สึกทางเพศได้

การศัลยกรรมแบบวันเวย์ ไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้ แต่หากต้องการและยึดมั่นว่าฉันนี่แหละอยากที่จะแปลงเพศจริงๆ ก็ควรที่จะหันหน้าเข้าไปคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาหลังการศัลยกรรม    

EXPERT SAYS :

นายแพทย์ ศิรชัย จินดารักษ์

อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การแปลงเพศจากหญิงเป็นชายนั้นสามารถทำได้ทุกส่วนอยู่แล้ว แต่ความต้องการของคนไข้ที่ต้องการแปลงเพศส่วนใหญ่นั้นต้องการแปลงเพศเพื่อที่จะให้ตนเองรู้สึกเป็นผู้ชายมากขึ้น สามารถที่จะยืนปัสสาวะได้ ลดระดับความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสุดท้ายจะต้องมีความสามารถทำหน้าที่ในการมีเพศสัมพันธ์ได้เหมือนอวัยวะเพศชายแต่ในความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ ยังถือว่าไม่สมบูรณ์นัก เพราะโดยทั่วไปลักษณะของอวัยวะเพศชายจะมีลักษณะที่หดและขยายตัวได้ แต่ในทางการแพทย์เรานั้นยังไม่สามารถหาเนื้อเยื่อในอวัยวะส่วนใดของร่างกายของมนุษย์ที่จะสามารถทำเลียนแบบในส่วนนั้นได้จึงต้องอาศัยแกนที่ใช้สำหรับคนไข้ที่หมดสมรรถภาพทางเพศแทน ผลการรักษาจึงยังไม่เทียบเท่ากับการแปลงเพศจากชายเป็นหญิง

EXPERT SAYS :

ศ.พญ.ดวงใจ กสานติกุล

บุคคลที่เข้ามารับการปรึกษาหรือพบจิตแพทย์ เกี่ยวกับเรื่องการแปลงเพศจากหญิงเป็นชายกับอาจารย์นั้นถือว่าค่อนข้างน้อย มีเพียงแค่ประมาณ 2-3 ราย อายุก็จะอยู่ในช่วง 30 ปีขึ้นไปจากการที่คุยกับจิตแพทย์แล้ว ทางคนไข้ส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะรับสภาพได้ ส่วนน้อยมากที่จะลงทุนทำการผ่าตัด แต่ในส่วนของการประเมินของทางจิตแพทย์นั้นก็จะดูว่า การใช้ชีวิตในแบบหญิงรักหญิง นี้ผู้เข้าขอรับคำปรึกษานั้นมีการใช้ชีวิตมาเกิน 1 ปีหรือไม่ ลักษณะการแต่งตัวเป็นอย่างไร และจะตรวจประวัติของผู้ที่เข้ารับการปรึกษาว่ามีประวัติการทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตายหรือไม่ หากมีทางจิตแพทย์ก็จะไม่สามารถออกใบรับรองให้ได้ เพราะถือว่าสาวะอารมณ์ที่แปรปรวนได้ตลอดเวลา เพราะหากเกิดมีการแปลงเพศและไม่ได้ผลที่น่าพอใจขึ้นมา อาจจะส่งผลให้ผู้เข้ารับการแปลงเพศ ก่อเหตุอันเป็นเหตุร้ายแรงในภายหลังได้