การเสริมจมูกแล้วเกิดการเบี้ยวเอียงเป็นปัญหาใหญ่ที่พบมากในปัจจุบัน และเนื่องจากจมูกเป็นอวัยวะที่อยู่กลางใบหน้า ดังนั้นหากเสริมจมูกแล้วเบี้ยวจะดูผิดปกติอย่างเห็นไ้ด้ชัดเจน จึงทำให้ผู้ป่วยเกิดความอับอายและความเครียดเป็นอย่างมาก และมักจะแสวงหาหนทางที่จะแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ในกรณีที่การเสริมจมูกไปแล้วจำเป็นต้องแก้ไข ผู้ป่วยก็จะต้องรอไม่ตำ่กว่าสามเดือนเพื่อให้เนื้อเยื่อสมานตัว จึงจะผ่าตัดซำ้เพื่อแก้ไขได้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะไม่ต้องการกลับไปทำการแก้ไขกับแพทย์คนเดิมที่ทำการเสริมให้ แต่ในการหาแพทย์ที่จะทำการแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในกรณีที่มีปัญหาทีรเกิดจากการทำศัลยกรรม แพทย์ส่วนใหญ่มักจะไม่อยากรับแก้ และถึงแม้จะหาแพทย์ที่จะช่วยแก้ไขได้ ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมมาก และแก้แล้วอาจไม่ดีขึ้นหรืออาจจะแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่มักจะได้ยินว่าหลายคนทำการแก้ไขการเสริมจมูกถึงสามสี่ครั้งก็มี

ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องการแก้ไข คงจะต้องมาทำความรู้จักและความเข้าใจในสาเหตุหลายๆประการของปัญหาเสริมจมูกเบี้ยวเอียง อันได้แก่

  1. โครงสร้างใบหน้าของผู้ป่วยมีความผิดปกติอยู่แล้ว คือจมูกอาจจะมีความคดเอียงหรือเบี้ยว และแพทย์ไม่ได้สังเกตุพบ เมื่อทำการเสริมก็จะทำให้ความเบี้ยวเอียงเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นควรดูด้วยตนเองก่อน หากสงสัยจะได้แจ้งแพทย์ก่อนการเสริม
  2. เกิดจากวิธีการเสริม เช่นอาจจะเกิดจากการทำโพรงเพื่อใส่ซิลลิโคน อาจอยู่ผิดชั้น หรือขนาดของโพรงเล็กเกินไป หรือการเลือกใช้ซิลลิโคนที่นุ่มเกินไปเมื่อใส่เข้าไปก็จะทำให้เกิดการเบี้ยวเอียงได้
  3. เทคนิกการใส่ซิลลิโคนที่ต้องใส่ให้อยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูก แต่บางครั้งเยื่อหุ้มกระดูกอาจมีการฉีกขาด ทำให้การยึดตัวซิลลิโคนไม่คงที่ จึงอาจขยับเลื่อนทำให้เบี้ยวได้
  4. เกิดจากการใส่ซิลลิโคนที่ยาวเกินไปเพราะต้องการดันเพื่อให้ปลายจมูกพุ่ง ก็ทำให้ซิลลิโคนโค้งงอได้
  5. แพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์เพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันมีคลินิกเสริมความงามมากมายแข่งขันกัน จึงนิยมหันมาทำศัลยกรรมเสริมจมูก เพราะเป็นที่นิยมกันมาก ในอดีตการเสริมจมูกจะทำโดยศัลยแพทย์ แต่ต่อมาแพทย์สาขาอื่นก็ไปฝึกทำบ้าง ความรู้ด้านกายวิภาคและเทคนิกการผ่าตัดจะมีไม่มากเท่ากับศัลยแพทย์ จึงเสี่ยงที่อาจเกิดข้อแทรกซ้อนหลังการเสริมได้

การผ่าตัดแก้ไขจมูกเบี้ยวจากการเสริม ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำการเสริมใหม่ด้วยวิธีเดิมนั่นเอง ด้วยเทคนิกการเปิดแผลภายในรูจมูก ที่ทางการแพทย์เรียกว่า Endo Nasal approach  ดึงเอาวัสดุอันเก่าออก แล้วทำการใส่อันใหม่เสริมแทน แต่วิธีดังกล่าวอาจแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะใช้วิธีเดิม ดังนั้นความเสี่ยงที่เสริมแล้วเบี้ยวก็ยังมีอยู่ และอาจต้องแก้ไขซำ้อีกไม่จบสิ้น

 

 

ในการปรับแต่งปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูร่วมกับการเสริมซิลลิโคน แพทย์จะนำกระดูกอ่อนมาเย็ยยึดติดบริเวณส่วนปลายของซิลลิโคน เมื่อนำไปใส่ในจมูกทีจะเสริม ส่วนที่เป็นกระดูกอ่อนจะอยู่ชิดกับเนื้อเยื่อปลายจมูก ตัวซิลลิโคนจะดันเนื้อเยื่อทำให้เกิดปลายหยดนำ้ เนื่องจากกระดูกอ่อนเป็นเนื้อเยื่อดังนั้นเมื่อนำมาประกบเนื้อเยื่อด้วยกันที่ปลายจมูก เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการทะลุนั่นเอง

นอกจากนี้บางครั้งแพทย์ก็จะเลาะกระดูกอ่อนของปลายจมูกออกจากกัน เพื่อจะได้วางซิลลิโคนได้ตรงโดยไม่มีแรงรัดเพื่อทำปลายให้พุ่งได้ตามความต้องการ

เมื่อทำการแก้ไขและเสริมจมูกใหม่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปแพทย์ก็จะทำการปิดแผลด้วยการเย็บแบบทั่วๆไป แต่ในกรณีที่มีปัญหาปีกจมูกบานร่วมด้วย แพทย์ก็สามารถทำการแก้ไขให้ในคราวเดียวกันไปเลย โดยจะตัดบริเวณฐานของปีกจมูกเพื่อหลบซ่อนแผลเย็บ และใช้ไหมละลายผูกดึงส่วนของปีกจมูกเข้าหากัน ก่อนเย็บเพื่อลดขนาดของปีกจมูกเข้าหากัน เป็นอันเสร็จการผ่าตัดแก้ไขความเบี้ยวเอียง

 

ในระหว่างการผ่าตัดด้วยเทคนิกโอเพ่น สามารถทำในขณะที่ผู้ป่วยตื่นโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือจะให้คนไข้หลับโดยการให้ยาผ่านเส้นเลือดก็ได้ การทำแบบโอเพ่นนี้อาจจะดูน่ากลัว แต่อันที่จริงแล้วผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ไม่ต่างจากการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเดิม

สำหรับการบวมช้ำหลังการรักษาปัญหานี้อาจพบได้ขึ้นอยู่กับเทคนิกของแพทย์ แต่ส่วนใหญ่มักไม่มีการบวมช้ำ หลังการรักษาผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ที่สำคัญคือจะต้องมีการยึดดามบริเวณที่ทำการเสริมอย่างน้อยเจ็ดวัน จากนั้นจึงนำออกได้ เยื่อหุ้มกระดูกจะคืนความแข็งแรงประมาณ 80เปอร์เซ็นต์ภายในสองสัปดาห์ดังนั้นจึงควรให้การดูแลตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดในระยะเวลาดังกล่าว

การเสริมจมูกด้วยเทคนิกโอเพ่นร่วมกับการเสริมปลายด้วยกระดูกอ่อน เป็นงานยาก จะต้องทำโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญและได้รับการฝึกมาโดยเฉพาะ จึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเสริมแบบธรรมดาค่อนข้างมาก และหากเป็นกรณีต้องแก้ไขความเบี้ยวเอียงก็จะมีราคาสูงขึ้นอีก อีกทั้งยังขึ้นกับสถานพยาบาลที่เข้าทำการรักษาด้วย

อย่างที่ได้กล่าวในตอนต้นแล้วว่าการเสริมจมูกแบบเปิดเป็นเทคนิกระดับสูงที่นิมกันมากในเกาหลี เพราะให้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ กว่าการเสริมแบบเดิม ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง เพราะจมูกเป็ยอวัยวะที่เด่นอยู่กลางใบหน้า ไม่ควรผ่าซำ้ซาก ครั้งเดียวต้องจบ หากเสริมแล้วออกมาสวยจะสร้างความแตกต่างให้กับเจ้าของอย่างมาก แต่หากทำด้วยการเสริมแบบเก่าแล้วเกิดปัญหาจมูกเบี้ยวเอียงการแก้ไขจะยุ่งยากและสิ้นเปลือง ก่อนคิดเสริมจมูกควรเลือกดูว่าแบบไหนจะให้ ความพึงพอใจและสวยคุ้มค่าที่สุด

นอกจากวิธีแก้ไขจมูกแบบเดิมที่นิยมกันในบ้านเรา ยังมีอีกเทคนิกหนึ่งที่ใช้ในการแก้ไขพัฒนาโดยแพทย์เกาหลีและเป็นที่นิยมที่เรียกว่า แบบโอเพ่นเทคนิกหรือแบบเปิด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้แพทย์เห็นกายวิภาคของจมูกได้อย่างชัดเจนทั้งหมด เพราะในกรณีที่คนไข้ได้ทำการเสริมจมูกหรือแก้ไขมาหลายครั้ง ทำให้มีพังผืดเกิดขึ้นเยอะ ดังนั้นหากใช้วิธีเดิมที่พทย์ไม่เห็นกายวิภาคทั้งหมด ปัญหาก็จะเกิดซำ้อีก

ในขั้นตอนของการผ่าตัดแก้ไขความเบี้ยวด้วยเทคนิกเปิด จะเริ่มด้วยการฉีดยาชาในบริเวณที่จะทำการผ่าตัด จากนั้นแพทย์ก็จะทำการลงมีดกรีดบริเวณแกนกลางจมูกส่วนปลายเปิดไปหาปีกจมูกทั้งสองข้างแล้วยกเนื้อเยื่อทั้งหมดขึ้น เพื่อจะได้เห็นอวัยวะส่วนต่างของปลายจมูกอย่างชัดเจน เมื่อเปิดแล้วเห็นตัวซิลลิโคนที่เป็นปัญหา จะทำการดึงออก จากนั้นทำการเปิดโพรงและทำช่องเพื่อวางแกนซิลลิโคนอันใหม่ให้ได้ตรง จากนั้นแพทย์จะทำการเก็บกระดูกอ่อนจากบริเวณหลังใบหู เพื่อใช้คลุมปลายซิลลิโคน ที่จะช่วยให้ปลายจมูกสวยงามเป็นปลายหยดนำ้