Skin
ปัญหาขัดตาของผู้หญิงเรา นอกจากริ้วรอย ความหมองคล้ำที่เกิดจากแดด การสะสมของแบคทีเรียแล้ว สิ่งหนึ่งที่สร้างความทุกข์ระดับ 4 ต่อความมั่นใจคงเป็นปัญหาวงแขนดำและผิวหนังตะปุ่มตะป่ำเป็นหนังไก่แน่นอน เพราะยามใดที่ต้องยกแขนเพียงองศาตั้งฉาก เจ้าผิวหนังเหล่านี้ก็มักจะออกมาเชิดหน้าชูตาส่องโลกก่อนใครเพื่อน ซ้ำยังกระทบต่อความรู้สึกของใครหลายคนจนเลือกที่จะใส่เสื้อมีแขนแทนเสื้อแขนกุด ทั้งที่ในใจเรียกหาเสื้อผ้าอวด
วงแขนซะเหลือเกิน.. อย่ามัวนั่งหงอยเป็นเต่าป่วย เพราะข้อบกพร่องที่ธรรมชาติให้มาคือความท้าทายที่มนุษย์ต้องหาวิธีแก้ไขกันต่อไป

หากพูดถึงประเด็นรักแร้หรือขนรักแร้ หลายคนคงนึกถึงข่าวคราวที่ครั้งหญิงจีนแห่ไปนิยมไว้ขนรักแร้ให้ยาวสลวยเป็นจำนวนมาก โดยมีหญิงสาวผู้เป็นตัวตั้งตัวตี ‘เสี่ยว เหมยลี่’ เป็นผู้นำในการรณรงค์ให้ผู้หญิงหันมาไว้ขนรักแร้ตามธรรมชาตินี้ เพราะเธอคิดว่าขนรักแร้หรือขนตามร่างกายเป็นเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์ต้องยอมรับ มนุษย์ทุกคนล้วนต้องมีขนรักแร้ จึงไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องไปถอนขนเหล่านั้นออก และไม่นานมานี้ก็มีข่าวกระหึ่มโซเชียลอีกครั้งเมื่อเหมยลี่ได้จัดตั้งการประกวดขนรักแร้ที่สวยงามบนเว็บไซต์ของจีน แน่นอนว่ามีผู้หญิงมากมายร่วมอวดขนรักแร้ตามคำประกาศกร้าวของเธอในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีเทรนด์ต่างประเทศของชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ไว้ขนรักแร้แต่เพียงอย่างเดียว เพราะเขาได้มอบสีสันแก่ขนเหล่านั้นด้วยการ ‘ย้อมขนรักแร้’ อีกด้วย! แม้จะดูเป็นการสร้างความมั่นใจแบบใหม่ แต่หญิงไทยหลายคนคงเลือกที่จะมั่นใจแบบโล้นๆ เรียบๆ กันอยู่ใช่ไหม ?

สาเหตุที่มารักแร้หนังไก่
รักแร้เรียบขาวไม่หมองคล้ำคือรักแร้ในอุดมคติของสาวไทยทุกคน แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นดั่งที่ตั้งใจและตามสิ่งที่พยายามอยู่ทุกวัน สาเหตุที่ทำให้เกิดรักแร้หนังไก่มาจาก ‘การถอนขน’ เนื่องจากวิธีถอนขนในผู้หญิงเราออกจะเป็นการใช้แรงดึงออกซึ่งหากแรงดึงนั้นมีระดับความรุนแรงที่มากจนเกินไปอาจทำให้ผิวหนังบริเวณรูขุมขนเกิดการอักเสบ นานเข้าจึงทำให้เกิดการขยายตัวจนทำให้รูขุมขนดูเด่นชัดขึ้น ผิวหนังไม่เรียบเนียน และยังเป็นการจำกัดช่องทางการขึ้นของเส้นขนใหม่ ท้ายสุดจึงเกิดกลายเป็น ‘ขนคุด’ อุดตันไปในที่สุด

ขนคุดยังมีสาเหตุมาจากกรรมพันธ์ุร่วมด้วย โดยจะเกิดขึ้นได้ง่ายกับคนที่มีโรคภูมิแพ้ และยังเป็นปัญหาที่ผู้หญิงสมัยนี้ต่างประสบพบเจอเป็นอย่างมาก เพราะปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวจุดชนวนตุ่มหนังไก่ก็คือ การแว็กซ์และการโกนขน ซึ่งเป็นวิธีกำจัดขนอย่างรวดเร็วแถมยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งวิธีกำจัดขนเช่นนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้การงอกของขนบริเวณรักแร้เกิดความผิดปกติผิดเพี้ยนไปจากเดิม เพราะการดึงอย่างรุนแรงจนทำให้แนวรูขุมขนเกิดการอักเสบ หรือทำให้ปลายเส้นขนเหล่านั้นแทงกลับไปเข้ายังรูขุมขน จนเกิดการอักเสบและอุดตันของรูขุมขน ทำให้เส้นขนไม่สามารถโผล่พ้นขึ้นเหนือผิวหนังได้ โดยลักษณะของขนคุดจะเป็นจุดดำๆ คล้ายสิว หากสังเกตดีๆ จะพบว่าจุดดำๆ นั้นคือเส้นขนที่ติดมีการเจริญเติบโตอยู่ใต้ผิวหนังนั่นเอง ในบางรายที่มีปัญหาเส้นขนแข็งอาจทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บหรือแสบ เนื่องจากการอักเสบของขนคุดได้ นอกจากนี้ปัญหาผิวหนังไก่ยัง
เกิดขึ้นตรงบริเวณขา ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้หญิงมักจะใช้วิธีกำจัดขนแบบเดียวกันกับบริเวณรักแร้ได้อีกด้วย

ทำไมร่างกายต้องมีขน ?
โดยธรรมชาติของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายล้วนถูกสร้างมาพร้อมหน้าที่ช่วยปกป้องร่างกายและควบคุมกลไกต่างๆ ภายในร่างกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และสิ่งหนึ่งที่ร่างกายกำหนดมาให้มนุษย์ทุกคนรวมถึงสัตว์โลกหลายชนิดต้องมีผิวหนังและขน ก็คงต้องมีประโยชน์บางประการอย่างแน่นอน ชั้นผิวหนังของคนเรามีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น ได้แก่ Epidermis (ผิวหนังชั้นนอกสุด หรือชั้นกำพร้า) เป็นชั้นที่ปรากฎสิว ฝ้า ต่อมาคือชั้น Dermis (ผิวหนังแท้) เป็นชั้นที่มีความสัมพันธ์กับรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยตามวัย สุดท้ายคือชั้น Subcutaneous Fat (ใต้ผิวหนัง) เป็นชั้นที่มีเนื้อเยื่อและมีไขมันไว้ใช้สำหรับป้องกันการกระแทก ซึ่งแบ่งออกเป็นผิวหนังชั้นย่อยอีก 5 ชั้นด้วยกัน และอีกหนึ่งส่วนประกอบที่มีอยู่ในชั้นผิวหนังคือ ‘รูขุมขน’ นั่นเอง

รูขุมขน (Hair Follicle) เป็นตำแหน่งที่มีการเจริญไปเป็นเส้นขนที่ออกสู่ชั้นนอกของผิวหนัง โดยเฉลี่ยของมนุษย์มีเส้นผมอยู่ที่ประมาณ 100,000-150,000 เส้น เส้นขนแต่ละเส้นจะมีความหนาอยู่ที่ 0.08 มิลลิเมตร และยาวขึ้นประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตรต่อวัน โดยเส้นขนจะมีอยู่กระจายทั่วไปตามร่างกาย มีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-5 ปี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเส้นขนแต่ละชนิด การเจริญของของเส้นขนจะเป็นไปแบบเรื่อยๆ จนเต็มที่ เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็จะหยุดงอกและหลุดร่วงไปในที่สุด หลังจากนั้นรูขุมขนจะทำหน้าที่กระตุ้นการผลิตขนเส้นใหม่ ซึ่งใช้ระยะเวลาราว 6 เดือนหลังจากที่ขนเส้นเดิมหลุดร่วงไป แต่ในส่วนของขนรักแร้ ขนตา ขนคิ้วจะมีอายุอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน ส่วนประโยชน์สำคัญที่ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องมีขน ก็เพราะเป็นการช่วยลดการเสียดสี ลดการกระแทกอย่างจังระหว่างผิวหนังกับสิ่งแวดล้อมภายนอกโดยตรง นอกจากนี้ยังพบว่าอวัยวะหรือซอกหลืบใดที่มักเกิดการเสียดสีบ่อย ก็จะเป็นตำแหน่งที่ทำให้เกิดปริมาณเส้นขนที่ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงจุดซ่อนเร้นเช่นรักแร้ว่าเป็นตำแหน่งที่มีต่อมฟีโรโมน (Pheromone) อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นต่อมคอยขับสารเคมีในร่างกายไว้สำหรับดึงดูดเพศตรงข้าม และที่ใดมีขนที่นั่นย่อมมี ต่อมเหงื่อ (Sweat Gland) เป็นองค์ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ด้วยเพราะหน้าที่ในการช่วยปรับอุณภูมิภายในร่างกาย โดยเราจะสังเกตได้ว่าเวลาอากาศร้อนมากๆ ร่างกายจะผลิตเหงื่อออกมาจำนวนมาก ซึ่งนั่นเป็นวิธีระบายความร้อนผ่านรูขุมขนในรูปแบบของเหงื่อนั่นเอง

วิธีรักษาปัญหาหนังไก่
ปัญหาตุ่มหนังไก่เกิดจากการอักเสบของผิวหนังในรูปแบบของการสะสม ดังนั้นการแก้ไขส่วนใหญ่จึงมักจะเป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงตรงไปยังตำแหน่งที่เป็นปัญหา ซึ่งมีเทคนิคการรักษาหลักๆ ดังนี้

เลเซอร์ ND-Yag ถือเป็นเลเซอร์ที่โดดเด่นด้านการกำจัดขนและช่วยเพิ่มความขาวแก่ผิวหนังได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษในการเกาะจับเม็ดสีเข้มได้เป็นอย่างดี โดยมีความยาวคลื่นเลเซอร์อยู่ที่ 1,064 นาโนเมตร จึงมีความเข้มข้นแสงที่ค่อนข้างสูง สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังได้ในระดับลึกและทำลายรากขนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเส้นขนได้ ทั้งยังใช้ได้กับทุกสภาพสีผิว โดยไม่ทำลายรูขุมขนหรือทิ้งรอยไหม้ไว้บนผิวหนังที่ทำการรักษา เลเซอร์นี้จึงเป็นเทคนิคที่คนส่วนมากนิยมใช้ โดยขั้นตอนแรกผู้รักษาจะทาเจลทำให้คนไข้รู้สึกเย็นและชาบริเวณรักแร้เล็กน้อย เพื่อเป็นการลดความร้อนเมื่อผิวหนังถูกยิงด้วยแสงเลเซอร์ จากนั้นก็ทำการยิงเลเซอร์เข้าสู่ตรงจุดที่เกิดปัญหา ในขณะรักษาคนไข้จะไม่มีอาการเจ็บใดๆ เลย ระยะเวลาการรักษาทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 นาที ผลจากการยิงเลเซอร์อาจทำให้ผิวหนังของคนไข้มีอาการแดงเล็กน้อย แต่จะหายไปเองภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง นอกจากนี้อาจมีลักษณะผิวแห้งเป็นขุยหลังทำเลเซอร์ไปแล้ว 1-3 วัน คนไข้จึงควรทาครีมที่มีความชุ่มชื้นในช่วงสัปดาห์แรกและหลีกเลี่ยงการปะทะแดดที่ร้อนจัด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 30 ขึ้นไป รวมถึงการเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง 5-6 ครั้ง จึงจะช่วยให้คนไข้สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน

คลื่นแสง IPL เป็นเลเซอร์ที่จะปล่อยแสงแบบจำเพาะเจาะจงในแต่ละครั้ง มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 500-1,200 นาโนเมตร โดยคุณสมบัติของตัวเครื่องที่สามารถเลือกความถี่ในการปล่อยแสงเลเซอร์แต่ละครั้งได้ ซึ่งหลังจากยิงความร้อน (เลเซอร์) ลงสู่ชั้นผิวหนังแล้ว แสงดังกล่าวจะเข้าไปจับกับน้ำในเซลล์ของคอลลาเจน ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนและขาวขึ้น โดยจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากรักษาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป โดยหลังผ่านการเลเซอร์แล้วคนไข้ควรใช้ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงการปะทะแดดที่ร้อนจัด แต่ข้อจำกัดของวิธีนี้คือการใช้งานสำหรับคนไข้ที่มีผิวสองสี หรือคนไข้ที่มีสีผิวค่อนข้างเข้ม เนื่องจากคุณสมบัติของเลเซอร์จะเข้าไปจับกับเม็ดสีที่มีสีเข้มได้เป็นอย่างดี จึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในเรื่องของรอยไหม้และรอยด่างขาวบนผิวหนังได้ วิธีนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าวิธีแรก นอกจากนี้คนที่มีความผิดปกติทางผิวหนัง เช่น เกิดรอยแผลคีลอยด์ง่ายควรหลีกเลี่ยงการรักษาด้วยวิธีนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามเลเซอร์ IPL นี้ก็ยังโดดเด่นเรื่องการรักษารอยแดง รอยดำ ปัญหารูขุมขนกว้าง รวมถึงรอยเหี่ยวย่นได้อีกด้วย

การแก้ไขปัญหาหนังไก่ด้วยการยิงเลเซอร์นี้ยังเป็นการช่วยลดการทำงานของต่อมไขมันได้ในบ้างส่วน จึงสามารถช่วยลดตุ่มหนังไก่ให้จางลงและทำให้เส้นขนอ่อนลงได้อีกด้วย นอกจากนี้คนไข้ยังสามารถใช้เทคนิคพลักเมโส (Mesotherapy) ช่วยเสริมให้รักแร้ขาวขึ้นร่วมด้วยได้ หลังผ่านการเลเซอร์แล้วคนไข้ควรงดการถอนหรือโกนขนใต้วงแขนเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดรอแผลและเกิดการอักเสบขึ้นได้ ควรหลีกเลี่ยงการทาแป้งเพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่ทำเลเซอร์ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมี ควรเลือกใช้โรลออนที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ ที่สำคัญคือไม่ควรเกาหรือถูกสัมผัสตรงบริเวณผิวหนังที่ผ่านการทำเลเซอร์อย่างรุนแรง ในกรณีของคุณแม่วัยตั้งครรภ์ที่ต้องการรักษาด้วยเลเซอร์ก็ยังสามารถทำได้ แต่ทางที่ดีควรปล่อยให้ร่างกายอยู่สภาวะปกติเสียก่อนแล้วค่อยกลับมาทำการรักษาจะดีกว่า

หลีกเลี่ยงหนังไก่ รักแร้ดำ (ฉบับเบื้องต้น)
แม้ว่าการหลีกเลี่ยงปัญหาหนังไก่จะเป็นสิ่งที่ยากต่อหลบหนี เนื่องจากปัจจัยสำคัญมาจากการถอน การโกน แน่นอนว่าขั้นตอนเหล่านั้นคือวิธีกำจัดขนซึ่งจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงมาก โดยผลพวงที่ไม่ได้รับเชิญคือ ตุ่มหนังไก่และความหมองคล้ำบางประการ ดังนั้นการตั้งรับกับปัญหาที่ยากต่อการหลีกเลี่ยงนี้คือการป้องกันเบื้องต้นที่เราสามารถปฏิบัติได้บำรุงด้วยครีมโลชั่น ควรเป็นครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA และไวท์เทนนิ่ง (Whitening) นำมาทาก่อนนอน เพื่อกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการหลุดลอก คล้ายการผลัดเซลล์ผิวเก่าสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้ผิวหนังเรียบเนียนและกระชับรูขุมขนให้ดีขึ้นได้ เรตินเอ (RetinA) หรือที่คุ้นตากันในรูปแบบยารักษาสิวนั่นเอง ควรนำมาทารักแร้ก่อนนอน โดยช่วงแรกรักแร้จะคล้ำก่อนเพราะผิวหนังเริ่มเกิดการผลัดเซลล์ หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ผิวหนังจะเริ่มลอก ต่อมาให้ลดปริมาณการทาน้อยลงและควรทาแบบวันเว้นวัน จะทำให้ตุ่มหนังไก่ถูกผลัดออกไปได้ แต่หากพบว่าผิวหนังที่ปัญหามีอาการดีขึ้นแล้วควรหยุดยา เพราะฤทธิ์ยาค่อนข้างมีความรุนแรง ไม่ควรใช้งานติดต่อกันเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
สครับผิวขณะอาบน้ำ ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำมะขามเปียกผสมเข้ากับน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงนำไปทาบริเวณรักแร้ ขัดถูอย่างเบามือแต่พอประมาณพร้อมทิ้งไว้ 3-5 นาที ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยให้ผิวหนังใต้วงแขนดูขาวและเรียบเนียนขึ้น
โรลออนสูตรอ่อนโยน ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนที่อ่อนโยน โดยเลือกสูตรที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากน้ำหอม (Fragrance-Free) และสารกันเสีย (Preservative) เพราะสารเหล่านั้นมีส่วนทำให้รักแร้หมองคล้ำได้อย่าใส่เสื้อผ้าแนบเนื้อ สาเหตุของการเกิดผิวหนังขึ้นตุ่มเป็นหนังไก่ที่นอกจากการถอน การโกนแล้ว ยังมาจากผลของการใส่เสื้อผ้าที่แนบเนื้อหรือรัดผิวจนเกินไป เพราะการใส่เสื้อผ้าไซส์ดับเบิ้ลเอสเหล่านั้น จะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงเสียดสีและยิ่งกระตุ้นให้วงแขนผลิตเหงื่อมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ทำไมผู้ชายไม่ต้องโกนขนรักแร้
เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมคุณผู้ชายถึงไม่ต้องมาเสียเวลาคอยถอน คอยโกนขนรักแร้ตัวเองเหมือนผู้หญิงเลย ทั้งที่โดยรูปการแล้วขนรักแร้ก็ขึ้นมาเหมือนๆ กัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ ความเหมาะสมทางกลไกและเสน่ห์บางอย่างต่างหากล่ะ เนื่องจากสภาพร่างกายทางกายภาพของผู้ชายโดยส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน จึงทำให้ผู้ชายดูจะเป็นเพศที่มีแรงกาย แรงกระทำที่ค่อนข้างดุดันกว่าผู้หญิงมาก แน่นอนว่าเหตุผลที่ผู้ชายไม่จำเป็นต้องโกนขนรักแร้ก็เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรเลยน่ะสิ อีกทั้งขนรักแร้ยังเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นชายและช่วยเพิ่มเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่ก็ยังมีผู้ชายบางกลุ่มที่มีรสนิยมโกนขนรักแร้ตัวเองอยู่บ้าง พบได้ในกลุ่มของนักกีฬา เช่น นักว่ายน้ำ นักเพาะกาย เป็นต้น เนื่องจากเคยมีการศึกษาของมหาวิทยาลัย East Carolina ที่ได้ระบุถึงการโกนขนรักแร้ของนักว่ายน้ำชายว่า สามารถเพิ่มระยะทางการว่ายน้ำในการสวิงแขนแต่ละครั้งได้ เราจึงมักจะสังเกตเห็นว่านักว่ายน้ำชายส่วนใหญ่จะนิยมโกนขนรักแร้หรือโกนผมศีรษะ ส่วนสาเหตุของนักเพาะกายก็มาจากความสวยงามอย่างสมบูรณ์แบบบนเรือนร่างนั่นเอง แต่ก็ยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ในกรุงปราก ที่ได้ทำการทดลองโกนขนรักแร้ในผู้ชายและทดสอบให้ผู้หญิงดมพร้อมให้คะแนนความน่าดึงดูดใจ ผลที่ได้ปรากฎว่าผู้หญิงชอบกลิ่นรักแร้ที่ผ่านการโกนมาใหม่ๆ มากกว่ากลิ่นรักแร้ที่ไม่ได้โกน อีกทั้งยังพบว่ากลิ่นที่ชวนดึงดูดใจดังกล่าวต้องเป็นกลิ่นของรักแร้ที่ผ่านการโกนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน เพราะคะแนนของกลิ่นรักแร้ที่โกนมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ก็ไม่ได้แตกต่างจากคะแนนของกลิ่นรักแร้ที่ไม่ได้โกนขนออกแต่อย่างใด
แม้ว่าผู้หญิงจะดูเป็นเพศที่มีความยุ่งยากในการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ แต่การดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ.. โดยเฉพาะความสวยงามที่ง่ายต่อการสังเกตแก่คนทั่วไป ยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราควรแก่การดูแลรักษาเข้าไปใหญ่ อาจจะดูเสียเวลาชวนขี้เกียจอยู่บ้าง แต่หากทำบ่อยๆ จนคุ้นชินเป็นนิสัย นอกจากจะแก้ปัญหาให้หายขาดแล้วยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจทุกองศาเมื่อยกแขนได้อีกด้วยนะ