Cosmetic  Men

พบแล้ว! PGD2 โปรตีนตัวการ…ทำศีรษะล้าน

Men-37_open

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คงต้องยอมรับว่าอาการศีรษะล้านนั้นยังคงเป็นปัญหาที่ยังคงความอมตะไว้ไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะต่อบุรุษหรือสตรี ส่วนสาเหตุของปัญหานั้น ก็ได้แต่คาดเดาไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นเพราะสารเคมีในแชมพูหรือน้ำมันใส่ผมที่ใช้ บ้างก็ว่ามาจากสิ่งแวดล้อม บ้างก็ว่ามาจากความเครียด สารพัดจะว่ากันไป แต่ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับท่านทั้งหลายที่กำลังตั้งตารอวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาศีรษะที่อาภัพเกศาของตัวเองอยู่

เมื่อเร็วๆ นี้ ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพ็นซิลเวเนียเปิดเผยว่า มีการค้นพบโปรตีน Prostaglandin D2 (หรือเรียกสั้นๆ ว่า PGD2) ปริมาณมากอย่างผิดปกติในหนังศีรษะของชายผู้อาภัพเส้นผมทั้งหลาย จึงชวนให้สงสัยว่านี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาผมร่วง ผลการศึกษาฉบับนี้อาจนำไปสู่การวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาผมร่วงในบุรุษที่เรียกว่า Male Pattern Baldness หรือ โรคศีรษะล้านทางพันธุกรรม เจ้าโปรตีนดังกล่าวถูกพบว่าเป็นตัวยับยั้งการเจริญของเส้นผมทั้งในมนุษย์และสัตว์ การยับยั้งดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับ PGD2 นั้นมีส่วนเกี่ยวพันกับโปรตีนรีเซ็ปเตอร์ (ที่ชื่อ GPR44) ไปด้วย โดยรีเซ็ปเตอร์นี้จะเป็นตัวที่จับโปรตีน PGD2 ไว้นั่นเอง ซึ่งตอนนี้ส่อเค้าว่ารีเซ็ปเตอร์อาจจะกลายเป็นเป้าหมายที่เต็มไปด้วยความหวังสำหรับการแก้ปัญหาโรคศีรษะล้านทางพันธุกรรม (Androgenetic Alopecia) ทั้งในบุรุษและสตรี  เพราะต่อไปถ้าทางการแพทย์สามารถหาวิธีบล็อกเจ้ารีเซ็ปเตอร์นี้ได้ หนังศีรษะก็จะไม่มีการจับโปรตีนตัวปัญหานี้ไว้ ก็เท่ากับว่าสามารถตัดต้นตอปัญหาศีรษะล้านไปได้นั่นเอง

นายแพทย์จอร์จ คอตซาเรลิส ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ผู้เขียนอาวุโส เจ้าของผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้แจงว่า “ถึงแม้ว่าเราจะทราบว่าโปรตีน Prostaglandin อีกตัวหนึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม แต่ผลการศึกษาของเรานับว่าเหนือความคาดหมาย เพราะเราไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าโปรตีน Prostaglandin จะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องผมร่วงด้วย

อย่างไรก็ตามก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลในประเด็นที่ว่าน่าจะมีตัวการที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผมอยู่ หากเราอิงกับผลการศึกษาที่ผ่านมาในเรื่อง
สเต็มเซลล์รูขุมขนที่หนังศีรษะ (hair follicle stem cells)” ที่สำคัญที่สุดและช่วยหยิบยื่นความหวังให้กับผู้มีศีรษะล้านนับหลายล้านคนทั่วโลก คือ การ
พบว่าสเต็มเซลล์รูขุมขนที่หนังศีรษะนั้นยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มิได้เสียหายไป ตรงนี้เหมือนเป็นการบ่งชี้ว่า หนังศีรษะนั้นอาจจะขาดตัวปลุกหรืออาจถูกยับยั้งมิให้รูขุมขนใหม่เจริญเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น  ในอดีตนั้นมีความเชื่อโดยทั่วไปว่า เจ้ารูขุมขนพวกนี้สิ้นสภาพไปอย่างถาวร เลยเป็นปัจจัยนำไป
สู่การรักษาอาการศีรษะล้านต่างๆ ด้วยการนำรูขุมขนใหม่จากบริเวณอื่นของหนังศีรษะมาใช้ในการวิจัยเรื่องนี้ พบว่าเมื่อเพิ่มปริมาณโปรตีน PGD2 นี้ เข้าไปในรูขุมขนที่เพาะเลี้ยงขึ้นในห้องทดลอง เส้นผมที่ใส่โปรตีนตัวนี้เข้าไปจะมีความยาวสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่อนุพันธ์ของโปรตีนที่ชื่อ
15-dPGJ2 นั้นจะเป็นตัวการยับยั้งการเจริญของเส้นผมอย่างสิ้นเชิง ส่วน F2alpha ซึ่งเป็นโปรตีน Prostaglandin อีกตัวหนึ่งกลับเป็นปัจจัยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม บรรดานักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าโปรตีน Prostaglandin อาจเปรียบเสมือนเส้นทางที่ทั้งบุรุษและสตรีที่ประสบปัญหาโรคศีรษะล้านทางพันธุกรรมต่างใช้ร่วมกัน ถึงแม้ว่านับจนถึงขณะนี้นักวิจัยได้ให้ความสนใจเพียงผลการทดสอบในเพศชายเท่านั้น การรักษาเฉพาะที่โดยเล็งเป้าไป
ที่ตัวรีเซ็ปเตอร์อาจจะเป็นตัวตัดสินว่าการให้ความสำคัญกับโปรตีน Prostaglandin จะเป็นประโยชน์ต่อบรรดาสตรีที่มีปัญหาโรคแบบเดียวกันนี้
ด้วยหรือไม่

ก็ได้แต่หวังว่าบรรดาแพทย์ทั้งหลายคงเดินมาถูกทางกันคราวนี้ และคงต้องตามดูต่อไปว่า ในที่สุดชายหรือหญิงที่มีปัญหาอาภัพเกศา ฝ่ายไหนจะมีโอกาสได้เฮก่อนกันจากผลการค้นพบจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของโรคศีรษะล้านนี้    

โรคศีรษะล้านทางพันธุกรรมคือ อะไร

กว่าร้อยละ 95 ของปัญหาผมร่วงผมบางที่พบในบุรุษเป็นปัญหาในลักษณะ Male Pattern Baldness (MPB) หรือ โรคศีรษะล้านทางพันธุกรรม โรคนี้มีลักษณะเฉพาะคือ เกิดอาการ “ศีรษะเถิก” หมายถึง ไรผมจะเริ่มร่นเข้ามาจากแนวข้างของหน้าผาก  (RecedingHairline) หรือเกิดอาการ “กระหม่อมบาง” หมายถึงอาการผมบางที่เกิดขึ้นตรงจุดสูงสุดของศีรษะ (vertex) โดยอาการทั้งสองจะเห็นเด่นชัดยิ่งขึ้นเมื่อแนวทั้งสองมาบรรจบกันในที่สุดและ
ทิ้งวงเส้นผมในรูปเกือกม้าเหลือล้อมด้านหลังของศีรษะเอาไว้

อุบัติการณ์ของโรคศีรษะล้านจะมีความแตกต่างกันไปจากกลุ่มประชากรหนึ่งไปยังอีกกลุ่มประชากรหนึ่งขึ้นอยู่กับภูมิหลังทางพันธุกรรม ปัจจัยต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมดูเหมือนจะมิได้มีผลมากมายอะไรต่ออาการศีรษะล้านชนิดนี้ หลักทั่วไปในเรื่องนี้ก็คือ อุบัติการณ์ของโรคศีรษะล้านในบุรุษนั้นจะสอดคล้องกับอายุตามปฏิทิน สถิติบ่งชี้ว่าโรคนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ชายประมาณ 40 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา โดยประมาณการว่า ร้อยละ 25 ของบุรุษกลุ่มนี้เริ่มอาภัพเส้นผมกันแถวๆ อายุ 30 ปีเลยทีเดียว ส่วนชายอีกประมาณสองในสามนั้นไปเริ่มออกอาการประมาณอายุ 60 ปีโน่น

ว่ากันว่ามีโอกาสสูงถึง 4 ใน 7 ทีเดียวที่คนเราจะได้รับยีนโรคศีรษะล้านจากบรรพบุรุษ บางครั้งการที่เส้นผมเริ่มร่วงนั้นอาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าที่เราท่านคาดคิดไว้คือ มันสามารถเริ่มได้ตั้งแต่คนเราเริ่มแตกเนื้อหนุ่มแตกเนื้อสาวเลยทีเดียว ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางพันธุกรรม แต่ก่อนนี้เชื่อกันว่า อาการศีรษะล้านนั้นถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากคุณตา (หรือจากฝ่ายมารดานั่นเอง) ถึงแม้ว่าจะมีเหตุผลรองรับความเชื่อในเรื่องนี้พอประมาณ ทว่าพ่อและแม่ต่างก็เป็นสาเหตุของความเป็นไปได้ในการเกิดอาการศีรษะล้านในลูกหลานได้ทั้งคู่นั่นแหละ อย่าไปโทษฝ่ายผู้หญิงเขาข้างเดียวเลย

EXPERT SAYS:

นายแพทย์ ดำเกิง ปฐมวาณิชย์ 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ ผู้ก่อตั้ง Stough Clinic

การคิดค้นยาเพื่อที่จะพิชิตในการรักษาโรคศีรษะล้านทางพันธุกรรมยังคงมีความต่อเนื่อง เพราะศีรษะล้านในผู้ชายจนถึงอายุ 60 ปี สูงถึงเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ การค้นพบโปรตีน Prostaglandin D2 ซึ่งมีมากเกินไปในบริเวณศีรษะล้าน อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หัวล้านหรือหรือผมบาง และนำไปสู่การรักษาอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวฮือฮาใน ABC NEWS เมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากศีรษะล้านแบบพันธุกรรมเกิดจากหลายปัจจัย รวมทั้งการที่มี Dihydrotestosterone (DHT) ปริมาณมากในชายศีรษะล้าน และการใช้ยาต้าน DHT คือ Finasteride ก็ไม่ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ คงจะใช้เวลาอีกหลายปีในการทำวิจัยอย่างต่อเนื่องว่ายาต้าน Prostaglandin D2 ตัวเดียวหรือร่วมกับ Finasteride และยาทา Minoxidil อาจจะเพิ่มความหวังในการรักษาศีรษะล้านมากขึ้น ผมได้สนทนากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านที่สหรัฐอเมริกา แต่ทุกคนรู้สึกจะเฉยๆ กับการค้นพบเรื่องนี้