face

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์เป็นที่นิยมมากในเรื่องของการเติมเต็มร่องรอยลึกบริเวณใบหน้า เพราะฉีดปุ๊บเห็นผลปั๊บ แถมยังไม่ต้องเจ็บตัวเยอะ และไม่เพียงเป็นการเติมเต็มร่องรอยเท่านั้น การเสริมจมูกให้โด่งเด้งด้วยการใช้ฟิลเลอร์ก็ฮิตไม่แพ้กัน ทั้งที่มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ออกมาเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งยังมีข่าวทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาการตาบอด เนื้อตายหรือจมูกเน่า อันเกิดจากผลข้างเคียงของสารฟิลเลอร์นี้เอง วันนี้เราจึงหยิบยกนำประเด็นดังกล่าวมาวิเคราะห์กันอย่างละเอียดสิว่า ปัญหาร้ายแรงเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากฟิลเลอร์จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการให้ร้ายสารฟิลเลอร์กันแน่

ฟิลเลอร์ คือสารที่นำมาฉีดเติมเต็มบริเวณใต้ผิวหนัง แบ่งเป็น 3 ประเภทได้แก่ ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว เป็นคอลลาเจนแท้ที่สกัดหรือสังเคราะห์จากไขมันสัตว์ แต่ได้ถูกยกเลิกใช้ไปแล้วในปัจจุบันเพราะพบอาการแพ้บ่อย และสลายเองอย่างรวดเร็ว ต่อมาคือฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร เป็นสารจำพวกไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) มีลักษณะเป็นสารอุ้มน้ำที่คล้ายกับสารไฮยาลูรอนิกที่มีอยู่แล้วในร่างกายมนุษย์ อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน มีความปลอดภัยสูงเพราะได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) และคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย(อย.) สุดท้ายคือฟิลเลอร์แบบถาวรเป็นสารจำพวกซิลิโคน พาราฟิน อยู่ได้ถาวรและไม่สามารถย่อยสลายได้เองต้องใช้วิธีขูดออกเท่านั้น

ฟิลเลอร์มีหน้าที่ช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น 2 ประการ คือการเติมร่องริ้วรอยให้ตื้นขึ้น ทั้งร่องแก้ม ใต้ริมฝีปาก หัวคิ้วใต้ตาล่าง และการเพิ่มปริมาตรของเนื้อเยื่อในการปรับรูปร่างหน้าให้สวยแบบได้สัดส่วนได้แก่ การเสริมจมูก คาง แก้ม ขมับ ริมฝีปาก หน้าอก รวมทั้งการบำรุงผิวให้กระชับ แลดูเปล่งปลั่ง ทั้งใบหน้า ลำคอ และหลังมือ ซึ่งสารที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือสารไฮยาลูรอนิก เพราะเป็นสารที่สามารถย่อยสลายได้เองตามกระบวนการทำงานของร่างกาย มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และสามารถปรับแก้ไขได้ง่าย โดยแพทย์จะใช้สารละลาย ไฮยาลูรอนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อเข้าสลายสารไฮยาลูรอนิกให้ยุบตัวลง

รักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ การรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ต้องกระทำด้วยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการรักษา โดยแพทย์จะเลือกบริเวณที่จะฉีดให้เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้ในแต่ละคน และเริ่มต้นด้วยการทายาชาทิ้งไว้ 30-40 นาที จากนั้นจึงเริ่มทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดพร้อมทาน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อ หลังจากนั้นจะใช้เข็มฉีดสารเข้าไปที่ใต้ผิวหนัง การรักษาจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 15-40 นาที เสร็จเรียบร้อยแล้ว คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

ฟิลเลอร์ดีจริงหรือไม่ การฉีดฟิลเลอร์ในประเทศไทยถือเป็นที่นิยมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะการฉีดเพื่อเสริมจมูกและคาง เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการรักษาเพียง 15-20 นาที ก็สามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น แถมยังไม่ค่อยรู้สึกเจ็บปวดหรือมีอาการข้างเคียงที่สำคัญยังแลดูเป็นธรรมชาติ อีกทั้งไม่ต้องระวังการกระแทก
การเลื่อนไหลผิดรูปและสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันหากกระทำโดยแพทย์ที่ขาดความชำนาญ หรือสถานพยาบาลที่ไม่มีความปลอดภัย การฉีดฟิลเลอร์ก็ถือเป็นสิ่งที่เสี่ยงมาก เพราะสารไฮยาลูรอนิกที่มีความปลอดภัยจะมีราคาที่สูงพอสมควร ส่งผลให้สถานพยาบาลเถื่อนหรือแพทย์เถื่อนพยายามนำสารอื่นมาใช้ทดแทน เช่น สารไม่ปลอดเชื้อ จำพวกซิลิโคนเหลว พาราฟิน น้ำมัน หรือสารที่มีลักษณะภายนอกเป็นเจลใสคล้ายคลึงกับสารไฮยาลูรอนิก ซึ่งเมื่อมองด้วยตาเปล่าไม่สามารถแยกออกได้อย่างแน่นอน และสารทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้น ยังมีราคาถูกอยู่ถาวรไม่สามารถสลายได้เอง ที่สำคัญและอันตรายสุดๆ คือเป็นสารที่ไม่ผ่านการรับรองของคณะกรรมการอาหารและยาจึงถือว่าเป็นจุดเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง เพราะโดยธรรมชาติของร่างกายจะต่อต้านสารแปลกปลอมเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการบวมแดง อักเสบ เนื้อตายอย่างถาวร รวมทั้งเกิดปัญหารูปร่างบิดเบี้ยว เกิดเป็นก้อนขรุขระ หรืออาจไหลเลื่อนไปส่วนอื่นได้ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานอาจยากต่อการแก้ไขและก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม สารไฮยาลูรอนิกยังถูกออกแบบมาเพื่อการฉีดเติมเต็มร่องริ้วรอยเท่านั้น ไม่ควรฉีดบริเวณรอบดวงตา หรือเสริมจมูกได้อย่างเด็ดขาดเนื่องจากบริเวณข้างจมูกและรอบดวงตามีเส้นเลือดสำคัญซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเลือดไปเลี้ยงที่จอประสาทตา หากผู้ฉีดขาดประสบการณ์และความชำนาญอาจเกิดความผิดพลาดในการฉีดจนทำให้สารหลุดเข้าไปในเส้นเลือด ทำให้เกิดการอุดตันในหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดเลือดคั่งในบริเวณนั้นและทำให้ตาบอดได้ในที่สุด หรือหากสารได้เข้าไปในหลอดเลือดแล้วเข้าสู่สมอง ทำให้เส้นเลือดในสมองอุดตัน รวมถึงเส้นเลือดสมองแตกจนทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ อีกทั้งยังอาจให้ทำให้เกิดอาการผิวหนังตาย เนื่องจากฟิลเลอร์เข้าไปอุดปลายเส้นเลือดที่นำเลือดเข้าไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้น รวมถึงการใช้ฟิลเลอร์ที่มีปริมาณมากเกินไปจนทำให้เบียดปลายเส้นเลือดให้ตีบและเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงส่วนของร่างกายบริเวณนั้นได้ ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณนั้นตายเพราะขาดเลือดในที่สุด

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ก็ คือการศึกษาทำความเข้าใจ และตรวจสอบสารที่ฉีดว่าเป็นสารไฮยาลูรอนิกแอซิดจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเสี่ยงที่จะไม่ใช่หรือหมดอายุไม่ได้คุณภาพก็ไม่ควรที่จะทำ สำหรับคนที่ฉีดให้ก็ควรฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง มิฉะนั้นหากฉีดไม่เป็นถูกเส้นเลือดหรือใช้ในปริมาณไม่เหมาะสมจะเป็นอันตรายและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ นอกจากนี้ สถานพยาบาลที่ฉีดจะต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและมีเครื่องมือช่วยชีวิตยามฉุกเฉินด้วย

ต้องบอกเลยว่าหากต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้าการใช้ฟิลเลอร์แก้ปัญหาคงไม่ผิดอะไร แต่หากต้องการที่จะเสริมจมูกแล้วจัดเป็นสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักของการใช้ฟิลเลอร์ไม่ใช่เป็นไปเพื่อการเสริมจมูก คาง หรือหน้าอก โดยเฉพาะจมูกถือเป็นส่วนที่มีอันตรายสูงมาก เนื่องจากมีเส้นเลือดสำคัญอยู่บริเวณนั้นที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายอย่างร้ายแรง การเสริมจมูกด้วยวิธีการผ่าตัดจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า นอกจากจะได้จมูกที่สวยงามถาวร ยังไม่ค่อยฉีดซ้ำเรื่อยๆ อีกด้วย