Cosmetic  Feature

Strabismus

ปรับดวงตาให้สวย แก้ตาเข – เหล่ ชวนน่ามอง

สำหรับหญิงสาวดวงตาถือเป็นจุดเด่นบนใบหน้า เพราะสายตาย่อมเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดไปสู่ตัวตนของคนเราได้อย่างชัดเจน หากคุณสาวๆ ที่มีภาวะตาที่ผิดปกติอย่าง ตาเข ตาเหล่ ก็จะดูไม่งามแน่ หรืออาจจะมีความเข้าใจที่ไม่แน่ชัดว่า เรากำลังตกอยู่ในกลุ่มคนที่มีลักษณะอาการเหล่านี้ไหม ?

ในเล่มนี้เราจึงอยากนำเสนอเรื่องนี้กันอย่างชี้ชัดไปเลย ถึงตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะตาเหล่ รวมถึงวิธีการรักษา พร้อมคำแนะนำดีๆ มาฝากผู้อ่าน มาติดตามเรื่องราวดีๆ อย่างนี้ไปพร้อมๆ กัน…

ประเภทของตาเหล่

• ตาเข ตาเหล่ คือ ตาทั้ง 2 ข้างไม่ขนานกันเมื่อเวลามองวัตถุตรงจุดเดียวกัน ลักษณะเช่น ตาซ้ายอาจจะเหล่เข้าหรือเหล่ลงล่าง

• ตาขี้เกียจ (Lazy Eyes) สามารถแก้ไขให้หายได้ก่อน 2–3 ขวบ แต่หลังจากนี้แล้วการมองเห็นจะไม่มีความปกติ ฉะนั้นต้องเริ่มรักษาตาขี้เกียจก่อน หากประสบปัญหากับภาวะนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วไม่ได้รับการรักษาย่อมไม่สามารถให้สายตากลับมาเป็นปกติได้ เพราะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทางสายตา

• ตาเหล่เทียม (Pseudostrabismus) ตาเหล่เทียมมักพบในเด็กบริเวณสันจมูกยังโตไม่เต็มที่และบริเวณหัวตากว้าง (Epicanthus) จึงแลดูคล้ายตาเหล่เข้าใน จึงสังเกตมองว่าเหล่ แต่โดยจริงแล้วไม่ได้พบอาการนี้แต่อย่างใด เมื่อเด็กโตขึ้นสันจมูกมีดั้งสูงขึ้น ภาวะคล้ายตาเหล่นี้จะหายไป

หลายสาเหตุอาการตาเหล่

• เกิดจากพันธุกรรม หากพบว่าทางพ่อและแม่เป็นภาวะของตาเหล่อยู่ ฉะนั้นบุตรก็อาจรับภาวะนี้ได้

• กล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต อย่างเช่นผู้ที่ป่วยโรคไทรอยด์อักเสบหรือประสบอุบัติเหตุ ย่อมสามารถเกิดภาวะเหล่านี้

• เส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ดี เช่นผู้ป่วยโรคเบาหวานมักพบได้เช่นกัน

• สายตาสั้น/ยาวในวัยเด็ก ทำให้สายตาเด็กมองเข้าไปข้างใน จึงพบว่าเป็นการเหล่เข้าได้

• ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งจอประสาทตา

พบอาการตาเหล่ในวัยเด็ก

ควรปรึกษาจักษุแพทย์ ความเข้าใจที่ว่าโตจะหายเองเป็นการเข้าใจที่ผิด ที่หายได้เป็นเฉพาะผู้ที่มีตาเหล่เทียมเท่านั้น อีกทั้งเด็กเล็กเกินไปอาจไม่ให้ความร่วมมือนั้น เป็นความคิดที่ผิดอีกเช่นกัน ทั้งนี้ตาเหล่ในเด็กบางคนอาจซ่อนโรคที่ร้ายแรงไว้ เช่น โรคมะเร็งตา การผ่าตัดก็นิยมทำในเด็กเล็กลง เนื่องจากการดมยาสลบในเด็กเล็กมีความปลอดภัยสูงขึ้น ผลการผ่าตัด จะทำให้เด็กตาตรงดีและมีการพัฒนาการมองเห็นสมบูรณ์เหมือนคนปกติ

ตาเหล่ในช่วงผู้ใหญ่

ตาเหล่ที่พบในผู้ใหญ่แต่เป็นมาตั้งแต่เด็ก และผู้ป่วยใช้ชีวิตได้เป็นปกติสุข ถ้าไม่อยากแก้ไข ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อเป็นคำแนะนำจากแพทย์ แนะนำว่า ควรได้รับการตรวจตาจากจักษุแพทย์เสมอ เพื่อหาทางแก้ไขให้กลับปกติหรืออย่างน้อยเพื่อตรวจดูว่า ตาเหล่เริ่มก่อโรคอะไรต่อดวงตาบ้าง เพื่อการรักษาแต่เนิ่นๆ ส่วนในคนที่ไม่เคยมีตาเหล่เลยตั้งแต่เกิด ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่เพิ่งมาเกิดเอาเมื่อโตขึ้นหรือเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ควรรีบพบแพทย์หรือจักษุแพทย์เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดหัวหรือเดินเซ เพราะสาเหตุอาจมาจากโรคอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นโรคร้ายแรงได้

ปรับมุมมองให้สายตา แก้ตาเข ตาเหล่

• เริ่มจากการรักษาตาขี้เกียจก่อน โดยพยายามให้เด็กใช้สายตาอยู่ข้างเดียว โดยเป็นการปิดตาข้างดี แล้วใช้อีกข้างที่เป็นปัญหาอยู่ เพื่อจะได้เกิดการพัฒนา

• โบท็อกช์ ฉีดเข้าไปยังกล้ามเนื้อ เพื่อให้มีความอ่อนแอลง อยู่ได้นานถึง 3 เดือน

• การฝึกกล้ามเนื้อ เมื่อเข้าพบจักษุแพทย์แล้ว จะมีเครื่องให้ลองมองสายตาดู เพื่อเป็นการฝึกกล้ามเนื้อตา

• การผ่าตัด  จะตรวจสุขภาพตาก่อน เช่น เด็กๆ จะพบอาการขี้เกียจก็ต้องรักษาอาการนี้ก่อน หากมีต้อกระจก จึงค่อยๆ รักษาต่อไป โดยวัดด้วยปริซึมเป็นมุมระดับสายตา หากมองตรงๆ จะต้องมองตรงกลางของรูม่านตา ซึ่งขั้นตอนของการผ่าตัดคือเปิดตาขาวออก กรีดตั้งแต่เยื่อบุตาขาวลงไปถึงชั้นข้างล่าง ถือเป็นการเปิดปากแผลข้างนอก

• ถ้าพบอาการตาเขเป็นครั้งคราวในทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ควรเฝ้าติดตามดูอาการไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีสาเหตุที่ผิดปกติ มักจะหายได้เอง หากอายุพ้น 6 เดือนแล้วยังไม่หาย ควรปรึกษาจักษุแพทย์                                                                         

• ถ้ามีภาวะสายตาสั้นหรือสายตายาว ควรตัดแว่นตาใส่ การรักษาโดยวิธีดังกล่าวอาจช่วยให้เด็กบางคนหายตาเขได้ภายในไม่กี่เดือน ถ้าตาเขมากอาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด การรักษาจะได้ผล เมื่อกระทำก่อนเด็กอายุได้ 7 ปี เพราะหลังวัยนี้ไปแล้ว ตาข้างที่เข อาจมีสายตาพิการอย่างถาวรจนยากที่จะแก้ไขได้

• ถ้าพบอาการตาเขในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ที่สงสัยว่าอาจมีสาเหตุจากโรคอื่นๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์ ซึ่งจะได้ทำการตรวจหาสาเหตุ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ อาการตาเขมักจะหายได้ แต่ถ้าไม่หายอาจต้องใส่แว่นหรือทำผ่าตัดแก้ไข

ประโยชน์ที่ได้รับหลังเข้าการรักษา

• คนไข้ต้องการมาพบจักษุแพทย์เพื่อมารักษาเรื่องใด หากตาเข เหล่ ย่อมอยากที่จะปรับให้ดูเป็นปกติ หรือความสวยงามให้ดูมีบุคลิกภาพดีขึ้น

• รักษาเพื่อการมองเห็นได้ชัดเจน

• สามารถมองเห็นภาพ 3มิติ อย่างชัดเจน

• การผ่าตัดแทบจะไม่เห็นแผลเป็น หรือร่องรอยเลย

การดูแลหลังการผ่าตัด

• แพทย์จะปิดตาข้างที่ผ่าไว้ 1 วัน จากนั้นจึงเปิดใช้สายตาได้ตามปกติ สำหรับเด็กเล็กเวลานอนจะใช้ที่ครอบปิด เพื่อกันเด็กขยี้ตา พร้อมทั้งทำความสะอาดตาวันละครั้งและหยอดตาวันละ 4 เวลาจนกระทั่งแผลหายสนิทดีประมาณ  1 สัปดาห์  โดยไม่ต้องตัดไหม เพราะจะละลายแล้วหลุดไปเอง

• หมั่นพบแพทย์ตามนัด เพื่อดูอาการว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ

ระยะเวลา 1 เดือนจะเห็นผลว่า มีการมองที่เป็นปกติ ส่วนกรณีผู้ที่มีตาเหล่จากสาเหตุของการประสบอุบัติเหตุ ระยะเวลาที่เห็นชัดคือ 6 เดือน

ค่าใช้จ่าย

ขึ้นอยู่แต่ละโรงพยาบาลและคลินิกต่างๆ    

EXPERT SAYS :

หากไม่แน่ใจว่าในเด็กมีอาการตาเข ตาเหล่หรือไม่ ฉะนั้นควรมาปรึกษาจักษุแพทย์ ไม่ควรละเลย เพราะอาจส่งผลต่อการพัฒนาทางสายตาไปตลอดชีวิต เพราะบางครั้งอาจจะเป็นทางเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตา เส้นเลือดฝอยแตก หรืออาการปวดศีรษะร่วมด้วย ซึ่งอันดับแรกแพทย์จะตรวจ คือมีสภาวะเป็นตาขี้เกียจหรือไม่ เพราะบางคนอาจยังไม่เข้าใจว่า ถ้าตาตรงหมายความว่า การมองเห็นนั้นชัดขึ้น แต่จริงๆ แล้วมีความเข้าใจที่ผิด