Choices-44_open

Cosmetic Choices

ป้องกันซิลิโคนแตก

เรื่องแรกที่ควรรู้ก่อน Up Size

แผ่นกระดาน ลูกเกด หรือ LCD เป็นคำต้องห้ามและไม่ควรใช้กับสาวจอแบนเพราะเราก็ต่างรู้กันดีว่า เรื่อง(หน้าอก)เล็กนั้นกลายปัญหาหนักอกเหมือนดั่งปัญหาระดับชาติของสาว size มินิ และการแก้ปัญหาของสาวๆ แต่ละคนก็แตกต่างกันไป บางคนที่มีทรัพย์น้อยก็ใช้วิธีแบบบ้านๆก็คือการโกย ให้เนื้อที่มีมาอยู่ในบราให้ได้มากที่สุด บางคนที่มีทรัพย์มากหน่อยก็อาจจะลงทุนซื้อฟองน้ำ หรือ ซิลิโคน เพื่อนำมาเสริมให้ดูดูมดูม!!

แต่สำหรับหลายคนที่อยากจะมีสรีระที่เพอร์เฟคนั้นก็หันมาเก็บหอมรอมริบและเดินหน้าพึ่งมีดหมดทำศัลยกรรม และหากพูดถึงกาเสริมอึ๋มนั้น แน่นอนสิ่งที่หลายคนรู้ดีนั่นคือการผ่าตัดยัดเจ้าซิลิโคนเข้าไปในเต้านมเพื่อให้หน้าอกดูสวยและเพิ่มความมั่นใจในความเป็นผู้หญิงมากขึ้น ถึงจะเป็นที่รู้กันดีว่าซิลิโคนเป็นสิ่งที่เสริมให้สาวๆ สวยได้ดั่งใจ แต่ซิลิโคนก็ถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมมี่จะต้องใส่เข้าไปในร่างกายของเรา เพราะฉะนั้น การทำความรู้จัก ซิลิโคน นั้นเป็นสิ่งสำคัญก่อนการเสริมความงามด้วยการศัลยกรรมทุกชนิด

ทำความรู้จักซิลิโคนก่อนการเสริมเต้า

การเสริมความงามนั้น ซิลิโคนถือเป็นเหมือนดั่งตัวเอกที่มีบทบาทหลักทำให้สรีระสาวๆ สวยสมใจ แต่การใช้ซิลิโคนเสริมความงามในแต่ละสัดส่วนของร่างกายและการเสริมความงามด้วยถุงซิลิโคนนั้นก็จะมีอยู่สองบริเวณคือ บริเวณหน้าอกและสะโพกแต่ในที่นี้เราจะมาพูดถึงการเสริมความงามบริเวณหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ส่วนใหญ่แล้วการเสริมหน้าอก นั้นจะใช้เป็นถุงซิลิโคน ถุงซิลิโคนที่ใช้นั้นก็จะมีทั้งทรงกลม และทรงหยดน้ำ ขึ้นอยู่กับรูปทรงที่คนไข้ต้องการ

สิ่งที่คนไข้ควรรู้เกี่ยวกับถุงซิลิโคนเสริมหน้าอก

คือ ซิลิโคนที่ใช้คือซิลิโคนแบบใด ยี่ห้อใด มาตรฐานความปลอดภัยในเรื่องของ การตรวจสอบว่าผ่าน อย.แล้วหรือไม่ อายุการใช้งานของซิลิโคน ยี่ห้อนั้นๆ  ซิลิโคนเต้านม หรือเต้านมเทียม ยี่ห้อที่มีคุณภาพได้ และมาตรฐานอายุการใช้งานนั้นจะอยู่ที่ราวๆ 10 ปี แต่โดยหลักการจริงๆ 10  ปีในที่นี้ หมายถึงหากคนไข้ต้องการเปลี่ยนก็สามารถเปลี่ยนได้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเปลี่ยนทุกราย แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ถึงซิลิโคนจะมีอายุการใช้งานที่นานแต่บางคนอาจจะต้องทำการเปลี่ยนก่อน 10 ปีก็มีเนื่องมาจากปัญหาในเรื่องของการแตกรั่วซึมของซิลิโคน หรือ ในกรณีที่ร่างกายสร้างพังผืดหุ้มถุงซิลิโคนมากเกินไปอาจทำให้มีหน้าอกที่ผิดรูปหรือไม่เท่ากัน

เข้าใจถึงปัญหาของการเสริมหน้าอก

ปัญหาหรือข้อเสีย เป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนการตัดสินใจเสริมหน้าอก คนไข้จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการศัลยกรรมเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนนั้น ซิลิโคนจะไม่สามารถอยู่ทรงแบบนั้นไปตลอด เพราะการที่เราใส่ซิลิโคนเข้าไปเพื่อเสริมให้เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้น ตัวถุงซิลิโคนเองก็จะอยู่กับที่ แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนรูปทรงของเนื้อบริเวณเต้านมที่อยู่เหนือบริเวณที่ใส่ซิลิโคนคือเนื้อเต้านมเพิ่มขึ้น อายุที่มากขึ้นหรือในกรณีที่ มีบุตรและต้องให้นมบุตรก็สามารถทำให้หน้าอกหย่อนคล้อยได้

ลางร้ายบอกเหตุ เตือนให้เปลี่ยนซิลิโคน

เต้านมเทียมหรือ ถุงซิลิโคนนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอมและการเสริมนั้นก็เป็นการผ่าตัดใส่ซิลิโคนเข้าไปในบริเวณเต้านมเพราะเหตุนี้เองหากถุงซิลิโคนนั้นเกิดการแตกหรือรั่วไหลระยะแรกจะไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่าแต่จะมีอาการบ่งชี้นั่นคือ การแสบร้อน บวมแดง หน้าอกผิดรูปหรือคลำดูบริเวณหน้าอกแล้ว เกิดพบก้อนบ้างอย่างใกล้กับซิลิโคน เหล่านี้เป็นอาการที่อาจจะสันนิษฐานได้ว่าซิลิโคนที่ใส่เข้าไปเกิดการแตกหรือรั่วไหล เหตุที่ทำให้มีอาการเหล่านี้เพราะซิลิโคนจะปนเปื้อนไปกับเนื้อเยื่อจนทำให้เกิดการระคายเคืองอักเสบหรือบวมแดงได้

ตรวจความผิดปกติของซิลิโคนด้วยตัวเอง

การตรวจเช็คความผิดปกติของซิลิโคนเสริมหน้าอกนั้นหากผู้ที่ทำการเสริมหน้าอกมีการตรวจเช็คด้วยตัวเองเป็นประจำจะดีที่สุด เพราะผู้ที่เสริมหน้าอกนั้นจะมีเวลาอยู่กับตัวเองและต้องใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าถุงซิลิโคนที่เสริมเข้าไปประหนึ่งว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย และจะรู้ได้ถึงความผิดปกติ ของสรีระทางร่างกายได้ดีที่สุด แต่หากไม่แน่ใจในการตรวจด้วยตัวเองการมาพบแพทย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่จะทำให้สาวอัพไซส์ทั้งหลายรู้เท่าทันเจ้าถุงซิลิโคนก่อนที่มันจะแตก

วิธีการตรวจเช็คความผิดปกติของซิลิโคนด้วยตัวเอง

วิธีการตรวจเช็คความผิดปกติของซิลิโคนด้วยตัวเองนั้น ไม่ต่างอะไรกับการตรวจหามะเร็งเต้านม การตรวจเต้านมควรทำทั้งในท่านั่ง และท่านอน สิ่งที่สำคัญของการตรวจ คือ การตรวจให้ทั่วพื้นที่ของบริเวณเต้านม โดยใช้ด้านฝ่ามือของนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง บริเวณค่อนไปทางปลายนิ้ว เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ไวต่อการสัมผัส การคลำเต้านมจะต้องคลำให้ทั่วทั้งพื้นที่ของเต้านม ในลักษณะคลึงวนเป็นก้นหอยเล็กๆ ไปตามเต้านม เนื่องจากตำแหน่งของเต้านมที่อยู่บนผนังทรวงอกเป็นตำแหน่งที่สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้

การพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเช็คซิลิโคน

การพบแพทย์เพื่อทำการเช็คความปกติของซิลิโคนหลังจากการเสริมหน้าอกนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะคิดว่าไม่จำเป็นจึงละเลย นั่นเพราะอาจเกิดการชะล่าใจและคิดว่าซิลิโคนที่ใส่ไปจะสามารถอยู่กับเราได้โดยที่ไม่มีอันตราย จึงทำให้เกิดความผิดปกติหรือปัญหาซิลิโคนรั่วหรือแตกโดยที่ไม่รู้ตัวบ่อยๆ หากไม่สะดวกที่จะตรวจเช็คหรือไม่มั่นใจในการตรวจเช็คด้วยตัวเอง ก็สามารถทำการตรวจเช็คได้ที่โรงพยาบาลและหากเป็นศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกให้เราก็จะดีมาก

แต่หากไม่สะดวกไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ก็สามารถตรวจกับศัลยแพทย์ท่านอื่นได้ การตรวจเช็คความผิดปกติหลังจากศัลยกรรมหน้าอกด้วยแพทย์นั้นก็จะเหมือนกับการตรวจเช็คด้วยตัวเองนั่นคือการคลำหาสิ่งผิดปกติบริเวณเต้านม หรือตัวซิลิโคน ซึ่งในกรณีที่คลำดูแล้วเกิดพบก้อนผิดปกติ เราไม่อาจรู้ได้ว่านั่นเป็นความผิดปกติของถุงซิลิโคนหรือเป็นผังผิดที่ถูกสร้างมาหุ้มถุงซิลิโคนที่มากเกินไปจึงจะต้องมีการตรวจโดยการใช้โปรแกรม  Ultrasound, Mammogram  หรือ MRI เพื่อนตรวจหาความผิดปกติอย่างละเอียด อย่างน้อย 1 ปี 1 ครั้ง

ปัจจัยที่ทำให้ซิลิโคนแตก

ปัจจุบันการแตกรั่วของตัวซิลิโคนเองจะมีโอกาสแตกเองค่อนข้างน้อยมากเพราะ เพราะมีการพัฒนาให้ความหนาหรือตัวถุงมีคุณภาพที่สูงรับแรงกดหรือบีบได้พอสมควรหากเกิดการรั่วซึม ก็จะไม่ไหลไปในบริเวณอื่น การแตกรั่วของซิลิโคนจะพบเจอในกรณีที่เสริมหน้าอกเป็นระยะเวลานานกว่า 10-20 ปี เหตุเพราะคนไข้ไม่ให้ความสนใจในตัวเองเท่าที่ควร หากระยะเวลาในการเสริมหน้าอกนั้นนาน ก็จะต้องตรวจถี่ขึ้นและอีกหนึ่งปัจจัยคือ การกระแทกแรงๆ ในกรณีนี้ก็ยังถือว่าเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ตัวซิลิโคนนั้นแตก นอกจากประสบอุบัติเหตุโดนของแหลมหรือของมีคมทิ่มเข้าไปในส่วนที่เป็นซิลิโคน ก็จะต้องมีการตรวจเช็คโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด และทำการรักษาตามอาการ

เมื่อพบว่าซิลิโคนแตกจะมีวิธีรักษาอย่างไร

หากตรวจพบว่ามีการแตกของซิลิโคนแพทย์จะแนะนำว่าให้ทำการผ่าตัดนำซิลิโคนที่แตกนั้นออกทันที เพื่อลดความเสี่ยงหรือการอักเสบ ซิลิโคนแตกจะพบได้ใน 2 กรณีคือ

กรณีแรก ส่วนใหญ่ผู้ที่มาพบแพทย์จะไม่ได้มาเพราะซิลิโคนแตกแต่อาจจะมาเพราะ อยากที่จะเปลี่ยนหรืออัพไซส์ให้ดูใหญ่ และกระชับขึ้น เมื่อแพทย์ตรวจพบแล้วนั้น ข้อเสียของการตรวจพบว่าซิลิโคนแตกในกรณีที่คนไข้ต้องการที่จะเปลี่ยนขนาดซิลิโคนก็คือ คนไข้ต้องการที่จะใส่ซิลิโคนชิ้นใหม่เข้าไป แพทย์จะทำการ ผ่าตัดเอาซิลิโคนออกและลดการปนเปื้อนของซิลิโคนที่แตกนั้นโดยเทคนิคการ ใช้ท่อ ใหญ่ๆ ดูดในส่วนของซิลิโคนเหลวที่รั่วซึมออกมาปนเปื้อนกับเนื้อเยื่อโดยให้มีการปนเปื้อนน้อยที่สุด หลังจากนั้นทำความสะอาด และทำการเปลี่ยนแพลนนิ่ง หรือบริเวณที่จะใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไปแทน แต่จะทำโพรงที่ใส่ซิลิโคนสูงหรือต่ำกว่าโพรงเดิมในกรณีนี้อาจจะมีการบวมช้ำมากกว่าปกติ

กรณีที่สอง เป็นกรณีนี้จะเป็นในกลุ่มของ บุคคลที่ทำการศัลยกรรมหน้าอกมาเป็นเวลานานมากๆ อาจจะซัก 15–20 ปี อาจเป็นเพราะคุณภาพของซิลิโคนแต่ก่อนนั้นมีอายุการใช้งานหรือความคงทนน้อยกว่าซิลิโคนในปัจจุบัน และอาจจะเป็นเพราะคนไข้นั้นละเลยไม่ใส่ใจดูแลตัวเองเท่าที่ควร จนเกิดอาการแสบร้อน หรือมีอาการบวมแดงจนเห็นได้ชัดเจน  แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อนำซิลิโคนออกและทำการตัดในส่วนของเนื้อเยื่อที่มีการปนเปื้อนของซิลิโคนออก ในกรณีนี้หากคนไข้ที่ทำการรักษาในกรณีที่สองเสร็จสิ้นจนหายดีแล้วนั้นต้องการเสริมซิลิโคนใหม่เข้าไป สามารถทำได้แต่ก็จะมีความเสี่ยงมากกว่าในกรณีทั่วๆไป ก็อาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่หากคนไข้มีช่วงอายุที่มาก แพทย์จะไม่แนะนำให้เสริมใหม่แต่ถ้าหากต้องการที่จะเสริมก็จะต้องรอให้อาการหายดีหรือพักรักษาตัวให้ได้นานที่สุด

วิธีการนำซิลิโคนที่แตกออก

เมื่อมีการให้ยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์แล้ว ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลที่สั้นที่สุดในบริเวณฐานนม เพราะจะเป็นบริเวณที่เข้าไปถึงตัวซิลิโคนได้ง่ายและเร็ว มีการตัดผ่านเนื้อเยื่อบริเวณเต้านมค่อนข้างน้อยและลดการโอกาสที่จะเกิดการระคายเคือง และเพื่อลดการปนเปื้อนของซิลิโคนที่แตก เพราะตัวซิลิโคนเจลที่แตกนั้นค่อนข้างจะเอาออกยาก ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นท่อที่มีแรงดันมากๆ ดูดซิลิโคนออกมาให้ได้มากที่สุดและทำความสะอาด ต้องตัดเต้านมทิ้งหรือไม่หากมีการอักเสบเนื่องจาก ซิลิโคนแตกการที่ต้องตัดเนื้อเยื่อในส่วนที่ปนเปื้อนซิลิโคนทิ้งนั้น คนไข้จะต้องทำความเข้าใจว่าการตัดเนื้อเยื่อในส่วนที่ปนเปื้อนนี้ทิ้งนั้นเป็นการรักษาในด้านของการระคายเคืองและอักเสบ จึงไม่ใช่การติดเชื้อ

อย่างชัดเจนไม่จำเป็นต้องตัดเนื้อเยื่อทั้งหมดทิ้งออกไป เพราะอาจจะมีปัญหาในเรื่องของความผิดปกติของรูปทรงของหน้าอกอย่างชัดเจน การตัดเนื้อเยื่อ จะอยู่ในดุลยพินิจของศัลยแพทย์ หลังจากนั้นแพทย์จะดูอาการหลังจากทำการรักษาโดยทั่วไป แพทย์จะปล่อยให้ร่างกายปรับสภาพและหายเอง แต่ก็จะมีข้อเสียอยู่ตรงที่ว่าค่อนข้างที่จะหายช้า แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับอาการว่ารุนแรงขนาดไหน

วิธีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

คนไข้จะต้องดูแลใส่ใจในการตรวจเช็คตัวเอง มาพบแพทย์เพื่อทำการตัดไหม หรือตรวจเช็คอาจจะ 3–6 เดือน มาตรวจเช็คครั้งหนึ่ง หากมีการกังวล หรือตรวจพบอะไรที่เป็นข้อบ่งชี้หรือสงสัยว่าซิลิโคนแตก แต่หากยังไม่ถึงวันหรือเวลานัดสามารถกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คได้เสมอ

ค่าใช้จ่ายในการรักษา

ราคาในการแก้ไขหรือการผ่าตัดเอาซิลิโคนที่แตกออกนั้นจะต่ำกว่าการเสริม เพราะจะไม่มีค่าซิลิโคนที่จะต้องใช้หรือใส่เข้าไปใหม่ ก็จะตกอยู่ที่ 50,000–60,000 บาท แต่ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนใหม่ก็จะแพงกว่าเพราะต้องบวกค่าซิลิโคนที่จะใส่เข้าไปด้วยที่เขาว่ากันว่าเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครเดี่ยวนี้สามารถเอาประโยคนี้มาเปลี่ยนเป็นความสวยราคาประหยัดก็ไม่เข้าใครออกใครเช่นกัน แต่อย่าชะล่าใจไป ใช่ว่าของที่แพงนั้นจะไม่มีอันตรายถึงแม้ความอันตรายนั้นจะมีเปอร์เซ็นต์ 1 ในล้านที่จะเกิดแต่มันก็คงจะดีกว่า 1 ในล้านนั้นจะเป็นเราเพราะฉะนั้นอะไรที่ว่าเยี่ยมอะไรที่ว่าดีก็คงไม่สู้กับการที่เราจะศึกษาและเรียนรู้ข้อเสียของมันเพื่อเวลาที่เกิดอะไรขึ้นเราจะได้รับมือกับมันได้ทันท่วงที

EXPERT SAYS :

นายแพทย์ ธีระ ยั่งยืน

โดยส่วนตัวของผมระยะเวลา 10 ปี ของซิลิโคนเสริมหน้าอกนั้นยังคงบอกไม่ได้ว่าซิลิโคนจะเสื่อมสภาพ แต่หากคนไข้เกิดความกังวลใจ หรือมีข้อสงสัยต้องการที่จะตรวจเช็ค ถึงแม้ว่าจะตรวจเช็คแล้วไม่มีความผิดปกติอะไร คลำบริเวณเต้านมแล้วไม่มีก้อนอะไร หรือไม่มีอาการบวมแดง แต่หากกังวลถึงเรื่องคุณภาพอายุการใช้งานของตัวซิลิโคน หรือมีความผิดปกติของซิลิโคนหรือไม่ ก็สามารถที่จะมาพบแพทย์ได้เพื่อเป็นการยืนยันให้คนไข้สบายใจว่าไม่มีความผิดปกติอะไรแต่หากยังมีความกังวลใจอยู่ก็อาจจะต้องตรวจอย่างละเอียดโดยใช้โปรแกรม Ultrasound , Mammogram  หรือหากต้องการตรวจเช็คให้ละเอียดจริงๆก็จะแนะนำให้ตรวจเช็คด้วยโปรแกรม MRI ซึ่งการตรวจแต่ละอย่างก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนไข้ในแต่ละเคส ส่วนคนไข้ไปเสริมหน้าอกมาในราคาที่ถูกในกรณีนี้คนไข้อาจสงสัยในเรื่องของคุณภาพของซิลิโคนก็สามารถเข้ามาตรวจได้ คนไข้ควรรู้ว่าซิลิโคนที่เราจะใช้เสริมเข้าไปเป็นแบรนด์อะไรยี่ห้อไหน ก็จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจและทำให้คนไข้รู้ถึงคุณภาพของตัวซิลิโคนด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่เสริมหน้าอกเท่านั้นที่ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนเพราะรวมไปถึงผู้ที่ยังไม่ได้เสริมหรือกำลังคิดจะตัดสินในเสริมหน้าอก นั่นรวมไปถึงในแง่ของความเข้าใจ เพราะคนไข้เองต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร เข้าใจในเรื่องของสรีระของตัวเองเพราะบางอย่างก็มีข้อจำกัดจึงทำให้ไม่สามารถทำตามที่คนไข้ต้องการได้ 100% ราคาค่ารักษาที่สูงนั้น ไม่ได้แปลว่า การผ่าตัดนั้นจะดีเสมอไป การเลือกแพทย์ก็เป็นส่วนสำคัญ ควรเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการศัลยกรรมตกแต่ง ถึงอย่างไรนั้น คนไข้จะเป็นคนตัดสินใจไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ผมแนะนำว่าควรศึกษาให้ดีเสียก่อนและควรใช้เวลาก่อนการศัลยกรรมศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน อย่าเลือกเพราะราคาหรือเพื่อนแนะนำโดยส่วนตัวผมเองนั้น ค่อนข้างให้เวลากับคนไข้ในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหาข้อมูล เข้ามาปรึกษาและกลับไปคิดตัดสินใจ หากพร้อมจะทำเมื่อไหร่ก็สามารถนัดเวลาและเข้าทำการรักษา